ซีรี่ส์จีน

ดูซีรี่ย์จีน หงสาประกาศิต The Rise Of Phoenixes

ดูซีรี่ย์จีน หงสาประกาศิต The Rise Of Phoenixes สร้างจากต้นฉบับที่มาจากนิยายดังในชื่อเดียวกันจากผลงานของนักเขียนหญิง เทียนเซี่ยกุยหยวน นิยายมีฉบับลิขสิทธิ์แปลไทยแล้วกับ สนพ.นวนิตา ดัดแปลงเป็นฉบับซีรีส์ในปี 2018 ทั้งหมด 70 ตอน ซึ่งสามารถรับชมแบบบรรยายซับภาษาไทยถูกต้องตามลิขสิทธิ์ได้ทาง Netflix

เรื่องนี้ยังถือว่าเป็นซีรีส์จีนแผ่นดินใหญ่แนวย้อนยุคประวัติศาสตร์เรื่องแรกที่ Netflix ได้ตัดสินใจขอซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาแบบเต็มตัวตั้งแต่เรื่องเพิ่งเริ่มฉายไปเพียงไม่กี่ตอน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตัวเรื่องนี้เป็นกระแสที่จีนในช่วงก่อนหน้าที่จะออกฉายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นโปรดักชั่นสุดอลังการและความโด่งดังของนักแสดงนำ ซึ่งก็ทำให้ทาง Netflix คาดหวังว่า นี่จะเป็นการกรุยทางสำหรับตลาดของผู้ชมที่พูดภาษาจีนกลางที่เป็นตลาดใหญ่มาแรงของโลก

เนื่อเรื่องจะจับความในยุคสงครามระหว่างแคว้น เมื่อสกุลหนิงแห่งราชวงศ์เทียนเชิ่งได้โค่นล้มราชวงศ์ต้าเฉิง จากนั้นก็สถาปนาความยิ่งใหญ่ ขึ้นปกครองแผ่นดิน แต่ในการแย่งชิงแผ่นดินครั้งนี้ กลับมีเบื้องหลังอันสลับซับซ้อน

หนิงอี้ องค์ชายหก ผู้สุขุมเยือกเย็นและมีสติปัญญาลึกซึ้ง แต่เขาถูกฮ่องเต้สั่งจองจำอยู่ในวัดเนื่องจากถูกใส่ความว่าเกี่ยวข้องกับคดีการก่อกบฏขององค์ชายสามซึ่งเป็นพี่ชายของเขา จากนั้นเขาใช้ชีวิตแต่ละวันไปกับการทอผ้าขายจนดูเหมือนคนที่ไม่คิดสนใจชิงอำนาจในวังอีก แต่ที่จริงแล้วเขาเก็บงำความแค้นและวางแผนจัดการศัตรูที่ขวางทางตนทุกคน กระทั่งโอกาสก็มาถึง เมื่อเขาได้สร้างผลงานด้วยการใช้เงินที่ได้จากการขายผ้ามาช่วยเหลือราชสำนักแก้ปัญหาอุทกภัย ทำให้ได้รับการอภัยโทษ รวมถึงเกิดเหตุการณ์ที่องค์กรนักฆ่าของราชวงศ์เทียนเชิ่งในอดีตที่ชื่อว่า กลุ่มเจดีย์โลหิต ได้ลุกขึ้นมาก่อการ หนิงอี้จึงใช้โอกาสนี้สืบหาเบื้องหลังว่าใครคือผู้วางแผนใส่ความองค์ชายสามเพื่อหาทางแก้แค้น

อีกทางหนึ่ง เฟิ่งจื่อเว่ย เด็กสาวที่เฉลียวฉลาด รอบรู้วิชาการมากมาย เป็นคุณหนูสกุลชิวที่ชีวิตถูกตราหน้าเนื่องจากมารดาถูกหาว่าหนีตามผู้ชายอื่นแล้วต้องกลับมาพึ่งพิงสกุล เธอและมารดากับน้องชายจึงถูกกดขี่มาตลอด แต่ที่จริงแล้วมารดาของเธอเองก็ปิดบังเรื่องชาติกำเนิดที่ซับซ้อนของเธอไว้ ในที่สุดก็ถูกไล่ล่าสังหาร ภายหลังยังกลายเป็นเป้าหมายของกลุ่มเจดีย์โลหิต ทำให้ต้องหาทางหนีเอาตัวรอด แต่แล้วด้วยโชคชะตา ทำให้เธอได้มาพบกับ หนิงอี้ จากนั้นทั้งสองก็ต่างร่วมมือและใช้ประโยชน์ระหว่างกันเพื่อเป้าหมายของตนเอง ท่ามกลางการแก่งแย่งอำนาจในราชสำนักที่ “หากเราไม่ฆ่าเขา เขาก็ฆ่าเรา” แต่ท่ามกลางการแก่งแย่งผลประโยชน์เหล่านี้ ทั้งสองคนกลับมีจิตใจที่ผูกพันให้กันมากขึ้นทุกที แม้ว่ามันจะเริ่มสวนทางกลับเป้าหมายของทั้งสองก็ตาม

สำหรับจุดเด่นของเหล่าตัวละครในเรื่องก็คือ บทบาทของคู่พระเอก-นางเอก เนื่องจาก หนิงอี้และเฟิ่งจื่อเว่ย ต่างก็ฉลาดและมีไหวพริบในการแก้ไขปัญหากันทั้งคู่ เพียงแต่ในช่วงแรก เฟิ่งจื่อเว่ย ยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ภาพรวมเท่าไหร่ ทำให้ตัดสินใจด้วยความใจร้อนพอสมควร เพราะปัญหาช่วงแรกเกี่ยวพันกับชีวิตของครอบครัวตนเองด้วย แต่หลังจากนางเอกของเราเริ่มเข้าใจสถานการณ์และรับรู้แล้วว่าชีวิตตนเองอยู่ในอันตรายขนาดไหน รวมถึงอีกฝ่ายพร้อมจะใช้ทุกวิธีมากแค่ไหน เธอก็เริ่มใช้สติปัญญาหาทางป้องกันและเอาตัวรอดได้มากขึ้นเรื่อย ๆ นี่จึงเป็นนางเอกที่คนดูจะหลงรักได้ในระดับหนึ่ง

ส่วนข้อด้อยจะมีอยู่บ้างก็ตรงที่คาแรคเตอร์ของนักแสดง หนีนี่ ในแง่ของบทและการแสดงออก เธอไม่ใช่นักแสดงหรือตัวละครสายน่ารักหรือสายแบ๊วเท่าไรนัก เพราะแม้แต่ตอนที่เธอทำตัวน่ารัก แต่สีหน้าท่าทางก็ยังแสดงออกถึงความแข็งแกร่งและเฉลียวฉลาด ดังนั้นใครที่ชอบดูนางเอกหน้าตาน่ารัก ๆ เลยอาจจะรู้สึกแปลก ๆ แต่ในแง่ความสมจริงและความเข้มข้นในการเดินเรื่อง ถือว่าตัวละครผ่านเลยครับ แล้วในหลายตอน นางเอกก็รู้วิธีที่จะ “อยู่เป็น” หรือตีเนียน ท่ามกลางเหล่าคนมีอำนาจที่พร้อมฆ่าคนอื่นได้ง่าย ๆ

ในฝั่งของพระเอก การเดินเรื่องก็จะคู่ขนานกันแต่ก็จะเชื่อมโยงกับบทของนางเอกเรื่อย ๆ เมื่อตัวละครหนิงอี้ก็ต้องเผชิญกับการแย่งชิงอำนาจในราชสำนักที่ก็มีความรุนแรงและทุกคนพร้อมจะใช้ทุกวิธีการเช่นกัน ตรงนี้ใครชอบพระเอกที่ฉลาด ๆ หรือตีเนียนเก่ง ๆ เอาตัวรอดเป็น มีแนวโน้มที่จะชอบเรื่องนี้ครับ แล้วตัวหนิงอี้ก็เป็นตัวเอกประเภทที่พร้อมจะใช้วิธีการสายดาร์กมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตัวเอง

ดังนั้นในภาพรวมการเดินเรื่องจึงเป็นลักษณะที่เราต้องลุ้นไปว่า แล้วตัวเอกทั้งสองคนจะยังเกื้อหนุนกันไปได้ตลอดรอดฝั่งไหม แล้วระหว่างนั้นความรักของพวกเขามันจะบรรจบกันได้ไหม ในเมื่อยิ่งนานวันเข้า ทั้งสองคนก็ยิ่งเลือกทางเดินที่คู่ขนานกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ไปด้วย

อีกจุดที่เรื่องนี้ทำได้ค่อนข้างเด็ดขาด ก็คือการกำจัดตัวละคร โดยเฉพาะในช่วงแรก บางตัวละครที่เราไม่ได้คาดคิดว่าจะตายหรือถูกกำจัดง่าย ๆ แต่บทจะไปก็ไปกันแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งก็สมจริงดีกับสถานการณ์แย่งชิงอำนาจในเรื่องที่ตัวละครค่อนข้างจะมีความเลือดเย็นกัน

โดยสรุปแล้ว ใครที่ชอบซีรีส์จีนยุคโบราณ หรือเรื่องแนวชิงอำนาจในวัง หักเหลี่ยมเฉือนคม ต้องไม่พลาดเรื่องนี้ครับ เพราะเป็นซีรีส์จีนในแบบที่ขาดหายไปนานมาก หลังจากที่ช่วงหลังเรื่องแนวนี้ส่วนมากไปเน้นทำมุมโรมานซ์กับดราม่าจัด ๆ ซะเยอะ เพียงแต่ปัญหาคือช่วงแรก ๆ อาจจะรู้สึกมึนงงกับการเล่าที่มาที่ไปของเรื่องและความขัดแย้งต่าง ๆ ที่ค่อนข้างซับซ้อน ทำให้ต้องใช้เวลาดูเพื่อตั้งหลักอย่างน้อย 2-3 ตอน พอเริ่มเข้าใจสถานการณ์ของตัวละครในเรื่องแล้ว ความสนุกจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในช่วงท้าย ๆ บทและการเดินเรื่องจะมีดรอปไปบ้าง ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นจุดอ่อนของซีรีส์จีนในยุคหลัง ๆ ที่พอถ่ายทำไปเรื่อย ๆ แล้วพบว่าเนื้อเรื่องช่วงท้ายถูกรีบเร่งเพื่อให้ขมวดเรื่องลงให้ได้ ซึ่งในช่วงท้ายของ หงสาประกาศิต ก็มีปัญหาในส่วนนี้อยู่เหมือนกัน แต่เมื่อหักลบกลบทั้งหมดแล้ว ก็ถือว่านี่คือซีรีส์ชั้นเยี่ยมที่ควรค่าแก่การรับชมครับ ซึ่งเราสามารถรับชมเรื่องนี้แบบซับไทยได้ทาง Netflix

ดูซีรี่ย์, ซีรี่ย์ 2020, series