ซีรี่ย์ฝรั่ง

ดูซีรี่ย์ฝรั่ง Hollywood ซีรีส์โลกคู่ขนาน แฉเบื้องหลัง LGBT ในฮอลลีวูด

ดูซีรี่ย์ฝรั่ง : Hollywood ซีรีส์โลกคู่ขนาน แฉเบื้องหลัง LGBT ในฮอลลีวูด ซีรีส์ฝรั่งโลกคู่ขนานแบบ What If ที่แฉเบื้องหลังของคนกลุ่ม LGBT ที่ขับเคลื่อนวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูด ภาพรวมแล้วเป็นหนังฟีลกู้ดที่มีบทสรุปที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนได้ สมกับเป็นผลงานจาก Ryan Murphy ผู้สร้างซีรีส์วัยรุ่นชื่อดังอย่าง Glee ที่มีแฟนคลับมากมายมาแล้ว

ซีรีส์เรื่องนี้ยังได้นักแสดงชื่อดังอย่าง Jim Parson ที่โด่งดังจากซีรีส์ตลก The Big Bang Theory ในบทตัวเอกอย่าง Seldon มารับบทเป็นตัวละครสำคัญด้วย ดังนั้นการันตีพลังการแสดงได้แน่นอน

ซีรีส์เรื่องนี้เป็นแนว What If ที่ต้องการบิดประวัติศาสตร์ของฮอลลีวูดซะใหม่ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแรกที่ทำแนวนี้ แต่ความยอดเยี่ยมของซีรีส์เรื่องนี้คือ มันไม่ได้ทำมาเพื่อสนอง Need ของคนบางกลุ่ม หรือเฉพาะคนในวงการ มันเป็นซีรีส์ที่เสมือนเป็นกระบอกเสียงแทนกลุ่มคนที่มีตัวตนจริงที่ช่วยเหลือในการขับเคลื่อนโลกฮอลลีวูดมานานหลายทศวรรษ แต่เราจะพบว่าทุกครั้งที่มีการสร้างหนังหรือซีรีส์เกี่ยวกับวงการ แทบจะไม่มีการนำเสนอเรื่องของพวกเขาให้ออกมาดีเท่าไรนัก

คนกลุ่มที่ว่าก็คือ พวกรักร่วมเพศ LGBT กระเทย เกย์ ไปจนถึง คนผิวสี และคนเอเชีย จำนวนหนึ่งที่ทำงานอยู่เบื้องหลังโลกฮอลลีวูดมาตั้งแต่ยุครุ่งเรืองที่สุด แต่พวกเขากลับไม่ได้รับเครดิตอย่างที่ควร

ซีรีส์เรื่องนี้ถ้าดูผิวเผินช่วงแรก เหมือนเป็นแค่การออกมา “แฉ” เบื้องหลังของวงการว่ามันมีการใช้ เส้นสาย เซ็กส์ (ทั้งชายและหญิง) เพื่อให้ได้มาซึ่งบทหนังที่ต้องการ ไปจนถึงการที่ผู้จัดหาดารา ผู้จัดการที่มีอิทธิพล ใช้อิทธิพลของตนในการคุมวงการนี้ โดยใช้ประโยชน์จากเรื่องทางเพศของพวกเขาด้วย (เอาจริงๆวงการมายาเมืองไทยเราก็เป็น)

แต่สิ่งที่ซีรีส์ต้องการไม่ใช่การแฉความจริงที่คนไม่ค่อยพูดถึงกันเท่านั้น มันยังเป็นการออกมาเรียกร้องแทน ดารานักแสดงบางกลุ่มที่ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเพียงเพราะอคติเรื่องผิวสีและชาติพันธุ์ โดยไม่สนใจเรื่องความสามารถ แบบที่ในซีรีส์นำเรื่องของ แอนนา เมย์ หว่อง นักแสดงสาวชาวจีนที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ ออกมาบอกเล่าว่า ทำไมเธอจึงพลาดบทแสดงนำในหนังสำคัญที่อาจจะทำให้เธอได้รางวัลออสการ์ ทั้งที่ตอนแคสติ้งบทนั้นเธอทำได้ยอดเยี่ยมที่สุดด้วย ซึรีส์เรื่องนี้จึงมีเนื้อหาส่วนที่ช่วยเรียกร้องความยุติธรรมให้ดาราสาวชาวจีนคนนี้ด้วย

นอกจากนี้ยังมีการเอาเรื่องจริงของ “ผู้ชายขายตัว” ในฮอลลีวูดมาเปิดเผย ซึ่งเรื่องของเออร์นี่ย์ เจ้าของปั้มแก๊สในเรื่อง ได้แรงบันดาลใจมาจากแมงดาจัดหาตัวจริงในวงการยุคนั้นอย่าง สก็อตตี้ บาวเออร์ ที่เรื่องของเขาถูกเปิดเผยในภายหลังว่าทำธุรกิจที่ว่านี้จริง และมีลูกค้าเป็นคนในวงการมากมาย

หรือเรื่องความสัมพันธ์แบบร่วมเพศระหว่าง ร็อก ฮัดสัน ดาราหนุ่มชื่อดังในยุคนั้น ไปจนถึงเรื่องของ เฮนรี่ วิลสัน ผู้จัดการที่มีอิทธิพลมากที่ชอบหาหนุ่มๆมาปรนเปรอก็เป็นเรื่องราวที่ถูกตีแผ่โดนมีฐานมาจากเรื่องจริง

เรื่องนี้จึงเหมือนเป็นการเอาความจริงมาตอกหน้าใส่คนในวงการ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ใช้จังหวะการเล่าเรื่องที่กระชับ รวดเร็ว บันเทิง เต็มไปด้วยสีสันฉูดฉาด ไม่ทำให้เรื่องมันดราม่ามืดหม่นเกินไป

ในช่วงแรก คนดูอาจจะรู้สึกเหมือน กำลังดูหนังพลังชาวเกย์ แต่หลังจากดูไประยะหนึ่ง จะพบว่าทิศทางของซีรีส์คือเป็นการจับเอาบรรดาตัวเอกมาพบเจอกันแล้วร่วมมือกันสร้างภาพยนตร์ เม็ก ที่ถูกเปลี่ยนชื่อและรายละเอียดมาจากบทเรื่องเพ็ก แล้วเรื่องนี้จะเป็นการเขย่าค่านิยมและความเชื่อของโลกฮอลลีวูดชนิดที่กลับตาลปัตรไปเลย

ดูซีรี่ย์, ซีรี่ย์ 2020, series