ดูซีรี่ย์

ดูซีรี่ย์ : Santa Clarita Diet Season 1-3

ดูซีรี่ย์ : Santa Clarita Diet Season 1-3 เมื่อพูดถึงภาพยนตร์ซอมบี้หรือผีดิบ หลาย ๆ คนอาจคุ้นตากับผีดิบที่ไม่มีสติและคอยวิ่งไล่กินคนเพื่อเป็นอาหาร โดยมีพื้นหลังเป็นโลกที่ติดเชื้ออะไรสักอย่างและเหล่าตัวละครต้องฝ่าดงผีดิบเพื่อเอาชีวิตรอดไปให้ได้ แต่กับซีรีส์เรื่องนี้จะชวนให้ลบภาพผีดิบเดิม ๆ ออกไป แม้ผีดิบในเรื่องจะกินคนเหมือนในภาพยนตร์หรือซีรีส์เรื่องอื่น ๆ ที่เราเคยเห็นผ่านตากันมาก็ตาม แต่อารมณ์ของเรื่องนั้นแตกต่างกันอย่างโดยสิ้นเชิง เพราะผีดิบในเรื่องก็เหมือนคนปกติทั่วไป ออกไปทำงานพบปะผู้คน มีเพื่อนฝูง มีครอบครัว ที่สำคัญผีดิบในเรื่องก็มีสติพูดคุยได้เหมือนมนุษย์ทั่วไป และโลกที่อาศัยอยู่ก็ไม่ได้มีไวรัสประหลาดอะไรหลุดออกมาทำให้มีซอมบี้เดินกันเพ่นพ่าน

เรื่องราวเล่าผ่านครอบครัวหนึ่งในเมือง Santa Clarita ที่ประกอบไปด้วย ชีล่า แฮมมอนด์ (แสดงโดย Drew Barrymore จากภาพยนตร์เรื่อง 50 First Dates) หญิงสาวนายหน้าขายบ้านที่จู่ ๆ วันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองกลายเป็นผีดิบที่ไม่สามารถกินอะไรได้นอกจากเนื้อคนดิบ ๆ โดยมี โจเอล แฮมมอนด์ (แสดงโดย Timothy Olyphant จากภาพยนตร์เรื่อง Hitman) ที่เป็นทั้งสามี เพื่อนร่วมงาน และคนที่คอยพาชีล่าออกไปหาอาหารซึ่งก็คือมนุษย์เป็น ๆ นั่นเอง และ แอ็บบี้ แฮมมอนด์ (แสดงโดย Liv Hewson) ลูกสาวของทั้งคู่ที่มักพยายามเข้ามามีเอี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ของชีล่าและโจเอลเสมอ

โดยรวมตัวเนื้อเรื่องทั้ง 3 ซีซั่นจะเล่าต่อกันเป็นเรื่องเดียวตั้งแต่ซีซั่นแรกจนถึงซีซั่นสุดท้ายโดยไม่ได้แบ่งเรื่องราวหรือประเด็นเป็นซีซั่น ๆ แล้วจบให้ลุ้นต่อในซีซั่นถัด ๆ ไป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเนื้อเรื่องจะวนอยู่กับครอบครัวของแฮมมอนด์เท่านั้น เพราะระหว่างที่เรื่องดำเนินไปแต่ละซีซั่นก็จะมีตัวละครใหม่ ๆ พร้อมกับเรื่อง (ปัญหา) ใหม่ ๆ เข้ามาสร้างสีสันให้อยู่เรื่อย ๆ โดยหลัก ๆ แล้วตัวซีรีส์ไม่ได้เน้นเรื่องหนักไปที่ว่า ‘ชีล่าเป็นซอมบี้และจะหาความจริงหรือสาเหตุให้ได้’ แต่จะเล่าเน้นไปที่เรื่องราวระหว่างทางเสียมากกว่า เช่น ตัวละครจะรับมือหรือปรับตัวกับสถานการณ์ประหลาด ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ชีล่าเป็นผีดิบอย่างไร

ความแตกต่างของ Santa Clarita Diet กับภาพยนตร์หรือซีรีส์ซอมบี้กินคนเรื่องอื่น ๆ ก็คือตรรกะและอารมณ์ของเรื่องที่เพี้ยนและบ้าสุด ๆ หรือจะเรียกว่าเป็นซีรีส์ตลกร้ายมากกว่าสยองขวัญก็ได้ โดยในแต่ละตอนจะแบ่งเรื่องราวเป็นสองส่วน คือ ส่วนที่เกี่ยวกับผีดิบ เช่น การออกล่าหาอาหารและตามหาเบื้องหลังสาเหตุการเป็นผีดิบของชีล่า และส่วนของครอบครัวที่เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของชีล่า โจเอลและแอ็บบี้ในแต่ละตอน ซึ่งความสนุกของเรื่องจะอยู่ที่สถานการณ์ต่าง ๆ ที่ตัวละครต้องไปเจอ ยิ่งตัวละครไปอยู่ในสถานการณ์ที่ตลกร้ายเท่าไรก็ยิ่งชวนให้เราหัวเราะมากขึ้นเท่านั้น เช่นการที่ชีล่าเป็นผีดิบที่ต้องกินคนเป็น ๆ โดยมีโจเอลเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดและคอยจัดการเรื่องศพในขณะที่เพื่อนบ้านที่อยู่ขนาบข้างพวกเขาเป็นตำรวจแท้ ๆ และตัวซีรีส์ก็ชอบเล่นมุกที่ย้อนแย้งเสียดสีตัวละครเอง เช่น ในพาร์ทของครอบครัวที่โจเอลและชีล่าต้องคอยปรามและสอนแอ็บบี้ลูกสาววัยกำลังต่อต้านพ่อแม่ของพวกเขาให้อยู่เข้าที่เข้าทางและไม่ก่อปัญหา ในขณะที่สิ่งที่พวกเขากำลังทำมันย้อนแย้งกับคำสอนของพวกเขาเสียเหลือเกิน

แต่แม้ฉากหน้าของซีรีส์อาจดูเป็นหนังซอมบี้ปนตลกร้าย ในอีกแง่หนึ่งแล้วตัวซีรีส์ก็กำลังพูดถึงเรื่องการใช้ชีวิตธรรมดา ๆ ของครอบครัว ๆ หนึ่งที่ซึ่งก็มีปัญหาเหมือนกับครอบครัวอื่นทั่วไป เช่น ต้องคอยดูแลลูกสาววัยรุ่นที่กำลังอยู่ในวัยที่ชอบตั้งคำถามและต่อต้าน ต้องออกไปทำงานหาเงิน หรือเผชิญปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดในการใช้ชีวิตคู่แต่งงาน ซึ่งครอบครัวนี้เองก็แค่ต้องการจัดการและอยู่กับปัญหาที่เกิดในแต่ละวันให้ได้เท่านั้น

อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นและเสน่ห์สำคัญของเรื่องก็คือตัวละครต่าง ๆ ในเรื่อง ทั้งตัวละครหลัก และตัวละครรอง ซึ่งถือว่าซีรีส์ทำตัวละครทุกตัวออกมาได้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก ๆ ถึงแม้เส้นเรื่องหลักจะเกี่ยวข้องกับชีล่าและโจเอลที่พยายามจัดการกับความวุ่นวายที่เกิดจากการเป็นผีดิบของชีล่า แต่ตัวละครอื่นก็มีเนื้อเรื่องของตัวเองที่สนุกไม่แพ้กัน เช่น แอ็บบี้กับเอริคหนุ่มเนิร์ดข้างบ้านที่คอยช่วยเหลือหาทางรักษาชีล่า ที่มักชอบออกไปสร้างความวุ่นวายด้วยกัน หรือแอนน์ ตำรวจสาวและแฟนของแม่ของเอริคที่อาศัยอยู่ข้างบ้านของชีล่าและโจเอลและคอยตามสืบคดีคนหายอย่างลึกลับในเมืองหรือก็คือคนที่ถูกชีล่ากินไปนั่นเอง และแกรี ผีดิบที่โผล่มาแค่หัว ซึ่งเขาเองก็มักชอบใช้คำพูดเชิงเสียดสีชีล่าและโจเอลเพื่อสร้างสีสันให้เสมอ

โดยรวมแล้วตัวซีรีส์ทั้ง 3 ซีซั่นนี้จะออกแนวเน้นไปทางเล่าเรื่องชีวิตของครอบครัว ๆ หนึ่งที่พยายามทำทุกอย่างให้เหมือนปกติมากกว่าจะเน้นเรื่องปมปริศนาการเป็นซอมบี้ของตัวละครซึ่งก็ถือว่าทำได้ดี หรือจะเรียกได้ว่าตัวละครไม่ได้มองสถานการณ์ว่าจะรักษาความเป็นผีดิบได้ไหมแต่ว่าตัวละครจะอยู่กับสิ่ง ๆ นี้อย่างไรมากกว่า โดยปัจจุบันตัวซีรีส์จบบริบูรณ์แล้วที่ซีซั่น 3 สรุปรวมอยู่ที่ซีซั่นละ 10 ตอน ตอนละประมาณ 30 นาที แต่โดยส่วนตัวคิดว่าตัวเนื้อเรื่องกำลังสนุกขึ้นเรื่อย ๆ จึงชวนให้รู้สึกเสียดายในช่วงท้ายของซีซั่นสุดท้ายที่รู้สึกว่าจบค่อนข้างรวบรัดไปนิด แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าจบได้แบบไม่ได้มีอะไรให้ค้างคา

อย่าลืม ชมซีรี่ย์สนุกได้ที่ Netflix

ดูซีรี่ย์, ซีรี่ย์ 2020, series