ดูซีรี่ย์ : บีสตาร์ (Beastars) อนิเมะดัดแปลงจากมังงะ

ดูซีรี่ย์ : บีสตาร์ (Beastars) อนิเมะดัดแปลงจากมังงะ Beastars เป็นเรื่องราวของ เลโกชี่ หมาป่าสีเทาที่อยู่ชมรมศิลปะการแสดง เขาถูกรุ่นพี่ของเขา ลูอิส กวางสีแดง ให้มาเฝ้าตึกการแสดงในตอนกลางคืน ซึ่งในคืนนั้น เลโกชี่ ได้กลิ่นอันหอมหวานจากกระต่ายตัวหนึ่ง มันทำให้ปลุกสัญชาตญาณดิบของเขาออกมา จนเผลอทำร้ายกระต่ายตัวนั้นไป นี้เป็นจุดเริ่มต้นความรักต้องห้ามระหว่างสัตว์กินเนื้อ และสัตว์กินพืช เรื่องราวจะเป็นอย่างไรมาติดตามได้เลย

ถ้าเทียบเทียบเรื่องนี้ว่าเหมือนเรื่องใด? คงบอกได้ว่ามันคือ Zootopia เวอร์ชันดาร์กอย่างแน่นอน ที่ว่าเรื่องราวเกี่ยวกับยุคปัจจุบันที่มีการเหยียดชาติพันธุ์กันอยู่ระหว่างสัตว์กินเนื้อและสัตว์กินพืช ถึงแม้พวกเขาจะอยู่ร่วมกัน แต่ในใจลึก ๆ ของพวกสัตว์กินพืชก็ยังคงเห็นพวกกินเนื้อแข็งแร่งกว่า มีเขี้ยวเล็บที่แข็งแกร่ง และยังคงคิดว่าพวกกินเนื้อจ้องจะกินเนื้อพวกกินพืช นอกจากนี้ยังมีเรื่องเพศ และกลุ่มสังคมของนักเรียนที่ได้แรงบันดาลใจมาจากปัญหาโรงเรียนในญี่ปุ่นที่มีการกลั่นแกล้งในโรงเรียน เรียกได้ว่าเรื่องนี้ทำออกมาได้เหมือนเรื่องของมนุษย์ในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ แต่เปลี่ยนเป็นสัตว์ในคราบมนุษย์อีกที นี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเรื่องนี้ถึงได้รับรางวัลมามากมาย ส่วนการดำเนินเรื่องส่วนใหญ่จะถูกเล่าผ่านตัวเอกอย่าง เลโกชี่ ที่ผ่านแต่ละเรื่องในชีวิตประจำวันของเขา ทั้งเรื่องความรัก เพื่อน และงานในชมรม ผู้ชมจะได้รับรู้ว่าเลโกชี่ว่าคิดอะไรอยู่กับสถานการณ์ตอนนั้น ในบางฉากผู้ชมอาจจะต้องสังเกตุสักนิดหนึ่งว่าสิ่งไหนที่เขาคิดหรือพูดออกมา บางทีตัวอนิเมะจะเล่าออกมาค่อนข้างสับสนในบางช่วงบ้าง

เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำสไตล์งานภาพเป็นซีจีเพราะงบต่ำ แต่คุณภาพงานมันก็ไม่ได้ต่ำตามงบไปด้วย ด้วยการที่ภาพมีความผสมผสานระหว่างซีจีและภาพสองมิติ ในบางฉากถ้าผู้ชมสังเกตุดี ๆ จะพบว่าภาพนิ่งในบางฉากของเรื่องนั้นมีความเป็นสองมิติที่คมมากเลย และมุมกล้องที่สวยเข้ากับบรรยากาศเป็นอย่างมาก แต่ใช่ว่าจะไม่มีข้อติเลย ในเรื่องของการเคลื่อนไหวนั้นการเรนเดอร์ช่วงภาพเคลื่อนไหวเฟรมต่อวินาทีค่อนข้างน้อย ทำให้การเคลื่อนที่ไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร และการขยับสีหน้าท่าทางของแอนิเมชั่นที่ไม่ได้ตรงกับเสียงพากย์ด้วย นี้จึงเป็นอีกจุดที่ต้องติ

ส่วนเรื่องเสียงจะมีให้เลือกทั้งภาษาอังกฤษ ไทย ญี่ปุ่น สามารถเลือกได้ตามใจชอบเลย แต่ถ้าแนะนำผมขอแนะนำภาษาญี่ปุ่นมากกว่าเพราะจะได้เข้าถึงเรื่องได้ดีกว่า ส่วนภาษาไทยก็ไม่ได้แย่ไปเลยทีเดียว แต่ว่าลักษณะคำพูดของพากย์กับซับไทย ไม่ค่อยไปทางเดียวกันเลย ค่อนข้างจะคนละความหมายด้วยซ้ำในบางประโยค จึงไม่สามารถพูดได้ว่าซับผิดหรืออะไรกันแน่

Beastar ซีซั่น 2 ได้ฉายจนจบผ่านทาง Fuji TV ก่อนเป็นเวลา 3 เดือน ก่อนที่เน็ตฟลิกซ์จะเปิดฉายพร้อมกันทั่วโลกในเดือนกรกฎาคมนี้ นอกจากนี้ยังนำนักร้องชื่อดังอย่าง Yoasobi มาร้องเพลงเปิดและปิดให้ภายในเรื่อง

เรื่องราวหลังจากที่เลโกชี่ได้เข้าไปช่วยเหลือฮารุกระต่ายน้อยที่โดนจับตัวไปโดยแก๊งชิชิกุมิ และการหายตัวไปลูอิส นี้ก็ผ่านไปเป็นเวลาสองเดือนแล้ว ในตอนนี้กลับมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นในห้องที่เคยเกิดเหตุฆาตกรรม มีสัตว์ประหลาดลึกลับโผล่มาในยามดึก นอกจากนี้การคัดเลือกบีสตาร์ก็ใกล้เข้ามาแล้ว เลโกชี่ที่ได้รู้จักยามเพียงคนเดียวในโรงเรียน และเขาต้องหาคนร้ายที่ฆ่าเพื่อนของเขาให้ได้ ความว้าวุ่นใจของเลโกชี่ที่จะต้องหาความหมายของชีวิตตนเองก็เริ่มต้นขึ้น ในขณะที่ลูอีสได้เป็นหัวหน้าชิชิกุมิ เขาหวังที่จะปฎิวัติโลกใต้ดินแห่งนี้ เขาจึงหาทางที่จะยึดครองตลาดมืดเพื่อเป็นใหญ่ แต่เขาจะตัดสินใจอย่างไรเมื่ออดีตตามหลอกหลอนเขาจนมาถึงปัจจุบัน

ตัวละครจะแบ่งเป็นสองฝั่งคือมุมมองของ เลโกชี่ และ ลูอีส ซึ่งทั้งสองฝั่งจะมีการเล่าเนื้อเรื่องที่แตกต่างกันอย่างมาก ในฝั่งเลโกชี่จะเป็นแนวความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่เป็นสัตว์กินเนื้อและสัตว์กินพืช และการหาคนร้ายที่ฆ่าเท็ม ภายในฝั่งนี้เราจะได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์กินพืชและกินเนื้อที่สามารถอยู่ร่วมกันได้ ความเป็นเพื่อนยังคอยเชื่อมรอยกั้นระหว่างสัตว์ทั้งสองประเภทได้ และเราจะได้เห็นพัฒนาการของเลโกชี่ที่พัฒนาตัวตนไปอีกขั้น ในขณะที่ฝั่งลูอีสเองก็จะตรงข้ามกับฝั่งเลโกชี่ที่สัตว์เป็นมิตรต่อกัน เขาเจอแต่สัตว์กินเนื้อที่คอยจะล่าสัตว์กินพืช เขาจะต้องทำตัวให้แข็งแกร่งผ่านพ้นอดีตอันแสนเจ็บปวดให้ได้ พร้อมยอมรับสังคมด้านมืดที่อยู่ด้านหลังไปด้วย สิ่งที่เขาพบเจอไม่ใช่สิ่งที่วัยรุ่นอย่างเขาจะต้องมาพบเจอเลย และนั้นจึงทำให้กลุ่มชิชิกุมิก็เปรียบเสมือนครอบครัวของเขาไปแล้ว มันจึงออกแนวมาเฟียด้วยเล็กน้อยในซีซั่นนี้ แต่ใช่ว่าภายในเรื่องมันจะมีแต่เรื่องให้เครียดตลอดเวลา ยังมีความตลกที่สอดแทรกเข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้คนดูขำขันคลายเครียดได้อีกด้วย แต่ความตลกเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เสียอรรถรสในการเสพเนื้อเรื่องเลย มันกลับทำให้ดูง่ายและดูไปเรื่อย ๆ ได้อีกด้วย

ในซีซั่นนี้จะเล่นประเด็นหนักไปที่มุมมองของสัตว์กินเนื้อที่ถูกมองเป็นตัวประหลาดในสายตาคนอื่น เพราะมีสรีระและลักษณะการกินไม่เหมือนพวกกินพืช ที่เล่าออกมาได้อย่างดี ไม่ว่าการกีดกันของผู้ใหญ่ การนินทาในกลุ่มคนหมู่มาก มันแทบไม่ต่างอะไรกับสังคมในปัจจุบันเลย แต่ปัญหามันยุ่งยากกว่าที่เราจะจินตนาการอย่างแน่นอน เพราะพวกเขาคือสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ต่างจากคนที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ทำให้การหยิบยกประเด็นการเหยียดทางสังคมมาเล่นมีความสนุก และว้าวได้ตลอดเวลา ทั้งยังนำไปผสมกับการเล่าชีวิตตัวเอกที่เป็นแนว coming of age ได้อย่างลงตัว เป็นอนิเมะที่มีปรัชญาที่ลึกซึ้ง แต่ก็นำเสนอออกมาได้อย่างเรียบง่าย แม้มันจะมีฉากไม่สมเหตุสมผลบ้างในบางเรื่องอย่างทำไมตำรวจไม่หาเส้นขนมาตรวจดีเอ็นเอหาคนร้าย และยังปล่อยให้เด็กเรียนกันไปทั้งแบบนี้ได้อย่างไร และยามในโรงเรียนถึงมีเพียงแค่คนเดียว ถ้าสนใจในรายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้ มันก็จะทำให้หมดสนุกเลยก็ว่าได้

การแปลเรื่องนี้ถือว่าแปลได้ในระดับพอใช้เพราะว่านี้คือแปลมาจากภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่นที่เป็นต้นฉบับทำให้การใช้ระดับคำในบางฉากไม่เข้ากับบริบท ณ ตอนนั้นเลย เนื่องจากภาษาอังกฤษไม่มีคำเรียกที่มากมายเหมือนไทยและญี่ปุ่น จึงทำให้ไม่ได้อรรถรสเท่าการแปลต้นฉบับ และยังมีความเพี้ยนด้วยเนื่องจากต้องแปลภาษาถึงสามครั้งจาก ญี่ปุ่น ไป อังกฤษ ไป ไทย จึงทำให้คำแปลบางคำมีความหมายผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับพอสมควร

ฉากแอ็คชั่นกลายเป็นจุดเด่นของซีซั่นนี้ไปเลย จะมีหลายครั้งที่มีฉากต่อสู้ภายในเรื่อง มันเหนือความคาดหมายมาก เมื่อผู้สร้างทำฉากแอ็คชั่นการต่อสู้ระหว่างสัตว์ออกมาได้ดีเกินคาด มีความดิบเถื่อนของสัตว์ภายในเรื่องจริง ๆ กลายเป็นการต่อสู้ที่ดีกว่าอนิเมะซีจีบางเรื่องที่เน้นแอ็คชั่นเป็นหลักซะอีก

การปูบทไปซีซั่นสาม ในซีซั่นสองนี้ยังคงมีอีกหลายประเด็นที่ยังไม่ได้เล่าในซีซั่นนี้อย่างการคัดเลือกบีสตาร์ เรื่องราวของตลาดมืดที่เปลี่ยนไป และชีวิตของเลโกชี่กับลูอีสจะเป็นอย่างไร เมื่อพวกเขาจับคนร้ายได้แล้ว เรียกได้ว่าจบไปเพียงแค่ไม่กี่ประเด็นเท่านั้นเอง เรายังต้องมาคอยรุ่นกันต่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างเลโกชี่กับฮารุจะเป็นอย่างไร และคู่จิ้นของลูอีสก็มีมากเช่นกัน ก็ต้องมาดูกันว่าตอนจบเขาจะได้กับใครกัน และทิศทางของเรื่องจะเล่าไปในแบบใด?

นี้เป็นอนิเมะอีกหนึ่งเรื่องเลยก็ว่าได้ที่มีเนื้อหาเข้มข้นกว่าซีซั่นแรก ฉากแอ็คชั่นที่สนุก และการเล่นเสียดสีประเด็นสังคมได้เป็นอย่างดี เป็นอนิเมะซีจีไม่กี่เรื่องที่คุณภาพผลงานดีตลอดทั้งเรื่องไม่ว่าเสียงและภาพประกอบ การตีความของผู้กำกับ ผู้ชมจะได้รับชมความสนุกตั้งแต่ต้นยันจบ

ช่วยแชร์หน่อยนะ