ซีรี่ย์เกาหลี : รักนี้ สะอาดเนี๊ยบ (Clean With Passion for Now)

ซีรี่ย์เกาหลี : รักนี้ สะอาดเนี๊ยบ (Clean With Passion for Now) ละคร “รักนี้ สะอาดเนี๊ยบ” (Clean With Passion for Now) ดัดแปลงมาจากเว็บตูนสุดฮิตชื่อเรื่องเดียวกัน ของ “แองโก” เนื้อหากล่าวถึงเรื่องราวของสองหนุ่มสาวที่มีพฤติกรรมและมุมมองเรื่องความสะอาดต่างกันสุดขั้ว แต่โชคชะตานำพาให้มาพบและร่วมงานกัน… เมื่อคุณชายสุดเนี๊ยบที่กลัวเชื้อโรคและความสกปรกสุดๆ ต้องมาเจอกับยายเพิ้งจอมโสโครก เรื่องราววุ่นๆ ปนฮาจึงเริ่มต้นขึ้น

“จาง ซอนคยอล” ซีอีโอบริษัทรับทำความสะอาด “Cleaning Fairy” เป็นชายหนุ่มที่เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ แต่ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคกลัวความสกปรกและเชื้อโรค (Mysophobia) สำหรับเขาแล้วการรักษาความสะอาดคือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนจำเป็นต้องทำ ที่สำคัญ…มันคือการกระทำอันน่ายกย่องที่ต้องถือเป็นภารกิจของมวลมนุษยชาติเพื่อที่โลกใบนี้จะได้สะอาดขึ้น ด้วยความที่เป็นซีอีโอตั้งแต่ยังหนุ่มซ้ำยังรูปร่างหน้าตาดี เขาจึงเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนและมักถูกเชิญให้ไปเป็นวิทยากรในการบรรยายและงานสัมมนาต่างๆ

แม้ยังไม่อาจระบุแน่ชัดว่าอาการย้ำทำ (เช่น ล้างมือบ่อยๆ) จากโรคกลัวความสกปรกและเชื้อโรคเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ซอนคยอลอนามัยจัดตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อเจ็ดปีก่อน (ขณะเรียนหนังสือที่อเมริกา) เขาถูก “ประธานชา” ผู้เป็นตา ส่งตัวไปรักษาที่มาโยคลินิกและได้พบหมอฟอร์ที่นั่น หลังได้ฟังวิธีควบคุมอาการ ตลอดจนการรับมือโรคกลัวความสกปรกและเชื้อโรคในเชิงบวก เขาก็เปิดบริษัทรับทำความสะอาดทันทีที่กลับเกาหลี แต่ทว่านิสัยคนเราใช่จะเปลี่ยนแปลงกันได้ง่ายๆ เช่นเดียวกับอาการย้ำทำที่ไม่หายง่ายๆ เช่นกัน เขาสู้อุตส่าห์เปิดบริษัทหมายบำบัดอาการคลั่งความสะอาดของตน แต่ยิ่งทำงานมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งโหยหาความสะอาดหนักขึ้น เขาจึงก้มหน้าก้มตาทำงานโดยคิดว่าอย่างน้อยก็มีส่วนช่วยให้โลกนี้สะอาดขึ้น

ซอนคยอลกลัวความสกปรกและเชื้อโรคถึงขั้นไม่ยอมให้ใครมาสัมผัสหรือแตะเนื้อต้องตัว ไอเทมคู่กายที่เขาขาดไม่ได้โดยเด็ดขาดคือถุงมือและสเปรย์ฆ่าเชื้อโรค ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่เคยมีความรักและไม่เคยใกล้ชิดสนิทสนมกับใครแม้กระทั่ง…คนในครอบครัว แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ได้พบกับผู้หญิงที่เหมือนอยู่คนละโลกกับเขา เธอไม่เพียงซกมกและชอบทำเลอะเทอะ แต่ยังกล้าแสดงความรู้สึกออกมาตรงๆ ทุกสิ่งที่เธอทำล้วนชวนยี้และน่าพะอืดพะอมในสายตาเขา แต่แล้วเธอกลับเริ่มเปิดใจซอนคยอลโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว และเธอคนนั้นก็คือสาวน้อยสู้ชีวิต “กิล โอซล”

“กิล โอซล” เป็นสาวน้อยที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงพอๆ กับชีวิตของเธอ ที่เธอไม่ดูแลความสะอาดของตน (ไม่อาบน้ำ ซักผ้า สระผม ฯลฯ) ไม่ได้เป็นเพราะเธอขี้เกียจ แต่การดูแลสุขอนามัยเป็นเรื่องที่เกินกำลังและเปลืองแรงสำหรับชีวิตที่ต้องดิ้นรน สำหรับเธอแล้วการรักษาความสะอาดไม่ต่างจากการที่ต้องเดินลงเขาหลังเพิ่งไต่เขาเสร็จ มันเป็นงานที่เสียแรงเปล่าเพราะหลังทำความสะอาดเสร็จแล้วก็สกปรกอยู่ดี ด้วยเหตุนี้เธอจึงปล่อยให้ผมเผ้าเป็นกระเซิง สวมกางเกงทรงหลวมตัวเดิมซ้ำๆ ทุกวัน กับเสื้อยืดที่มีคราบน้ำซุปราเม็งและกิมจิ เธอยังคงว่างงานและกำลังดิ้นรนหางานประจำทำจึงปล่อยวางความเป็นผู้หญิง ไม่สิ…ความเป็นมนุษย์เลยด้วยซ้ำ

ในขณะที่เพื่อนๆ ของโอซลเตรียมตัวสมัครงานและซื้อคอร์สเตรียมสอบราคาแพง โอซลกลับต้องทำงานงกๆ เพื่อจะได้ประหยัดเงินค่าห้องสมุด (เธออ่านหนังสือเตรียมสอบสัมภาษณ์และสอบข้อเขียนเอง) แถมในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เธอยังต้องวิ่งรอกทำงานพาร์ทไทม์ ครั้นพอกลับถึงบ้านเธอจึงหมดสภาพและไม่มีแรงแม้กระทั่งกระดิกนิ้ว ด้วยเหตุนี้การอาบน้ำ ซักผ้า สระผม และทำความสะอาดบ้าน จึงกลายเป็นภาระอันหนักอึ้งสำหรับเธอ สมัยเรียนชั้นประถมและมัธยมต้นโอซลเป็นนักกีฬาวิ่งข้ามรั้ว แต่หลังจากแม่เสียชีวิตขณะที่เธอเรียนมัธยมปลาย เธอจึงเลิกเป็นนักกรีฑา ถึงกระนั้นก็มีหลายครั้งที่ชีวิตเธอไม่ต่างจากการวิ่งข้ามรั้ว 400 เมตร ถึงแม้เธอจะกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังคงมีสิ่งกีดขวางอันอื่นๆ รออยู่เบื้องหน้าเสมอ ทั้งๆ ที่เธอยังไม่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวเลยด้วยซ้ำ

โอซลพยายามอย่างหนักโดยหมายมั่นว่าจะต้องหางานให้ได้สักแห่งในปีนี้ และสิ่งเดียวที่เป็นเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจเธอคือ การได้พบและเห็นหน้ารุ่นพี่ที่เธอแอบรัก “ลี โดจิน” (เธอตั้งใจว่าถ้าได้งานแล้วจะสารภาพความในใจกับเขา) โอซลพบซอนคยอลครั้งแรกในวันที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะชื่อ “กึมจา” ของซอนคยอลหายออกจากบ้านแล้วเขาออกตามหา ครั้นเห็นเธอข้างที่ทิ้งขยะเขาเลยเข้าไปสอบถาม (โอซลนึกว่ามีคนนำหุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาทิ้งเลยเก็บใส่กระเป๋า) แต่พอได้กลิ่นและเห็นสภาพอันมอมแมมของโอซลแล้วซอนคยอลก็รู้สึกขยะแขยงเลยรีบชิ่งหนีทันที (เธอสวมเสื้อผ้าชุดเดิมติดต่อกันหลายวันและไม่ได้สระผม)

วันหนึ่งโอซลไปทำงานเก็บขยะแทนพ่อที่เข้าโรงพยาบาลเพราะปวดหลัง แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีคนเมาโยนเศษกระป๋องมาโดนหัวเธอโดยไม่ตั้งใจและไม่ขอโทษ ทันใดนั้น รุ่นพี่โดจินปรากฏกายตรงหน้าเธอและพยายามขอโทษแทนเพื่อน โอซลไม่อยากให้เขารู้ว่าเป็นเธอเลยนำหน้ากากหัวม้า (ที่มีคนนำมาทิ้ง) มาสวมปิดบังใบหน้าแล้วลากรถเข็นขยะหนี แต่โดจินและเพื่อนๆ กลับวิ่งตาม ทำให้คนอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์ (รวมทั้ง “กิล โอดล” น้องชายเธอ) พากันวิ่งตามไปดูและถ่ายคลิปวิดีโอ ด้วยความที่มัวแต่หันรีหันขวาง เธอจึงเข็นรถขนขยะชนรถของซอนคยอลทำให้เศษขยะหกกระจายเกลื่อนหน้ากระจกรถเขา ในตอนแรกเธอคิดที่จะหนีแต่ซอนคยอลขวางเอาไว้ ครั้นเห็นโดจินยืนอยู่ท่ามกลางคนที่มามุงดู เธอเลยไม่กล้าเอ่ยปากขอโทษจึงจดเบอร์โทรฯ ให้ซอนคยอลหมายนัดเคลียร์กันทีหลัง แต่ซอนคยอลอยากได้รับคำขอโทษอย่างจริงใจเลยกระชากหน้ากากหัวม้าออกทำให้ทุกคนรวมทั้งโดจินและโอดลเห็นหน้าโอซล ครั้นดูภาพจากกล้องวงจรปิดอีกครั้งซอนคยอลก็จำได้ว่าคนที่อยู่ในภาพและนำกึมจาไปคือโอซล เขาจึงนัดเจอเธอเพื่อแจ้งค่าเสียหายเป็นเงินก้อนโตและทวงกึมจาคืน

ในที่สุดความรักที่โอซลมีให้โดจินมาตลอด 3 ปีก็จบลงอย่างน่าอายหลังเธอพบว่าเขาแค่ล้อเล่นกับความรู้สึกเธอ (ซอนคยอลเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด) แต่เรื่องแย่ๆ ของเธอยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น เพราะซอนคยอลขู่ว่าจะดำเนินคดีหากเธอไม่ชดใช้ค่าเสียหายภายในหนึ่งสัปดาห์ แต่เธอยังคงถูกปฏิเสธงานแบบซ้ำซาก แถมพ่อเธอยังถูกเลิกจ้างแบบฟ้าผ่า เธอเลยไม่รู้ว่าจะไปหาเงินที่ไหนมาใช้ทั้งหนี้เก่าและหนี้ใหม่ ซ้ำยังมีรายจ่ายรออยู่ตรงหน้า (แม้จะทำงานพาร์ทไทม์หลายแห่งแต่ก็หาเงินได้น้อยนิด) ครั้นไม่มีทางเลือกอื่นเธอจึงไปสมัครงานที่บริษัทรับทำความสะอาดโดยไม่รู้ว่าเป็นบริษัทของซอนคยอล เนื่องจากเป็นงานที่ต้องใช้แรงกายเธอจึงผ่านการทดสอบฉลุย และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจรักฉบับคลีนๆ

ช่วยแชร์หน่อยนะ