ซีรี่ย์จีน : ตำนานรัก 3 ตระกูล (Moment in Peking)

ซีรี่ย์จีน : ตำนานรัก 3 ตระกูล (Moment in Peking) ดัดแปลงมาจากนวนิยายภาษาอังกฤษเรื่อง “Moment in Peking” ของนักประพันธ์ชาวจีน “หลินอวี่ถัง” (ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1939 โดยสำนักพิมพ์ John Day ในกรุงนิวยอร์ก) เนื้อหากล่าวถึงเรื่องราวของสามตระกูลที่มั่งคั่งในกรุงปักกิ่ง ได้แก่ เหยา หนิว และเจิง ซึ่งต้องดำรงชีวิตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในยุคที่บ้านเมืองกำลังสับสนวุ่นวายหลังราชวงศ์ชิงล่มสลาย เป็นเหตุให้การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่สืบทอดมานานกว่า 5,000 ปีมีอันต้องสิ้นสุดลง

ละครเปิดฉากขึ้นหลังเกิด “การปฏิวัติซินไฮ่” (หรือ “การปฏิวัติ ค.ศ. 1911”) ซึ่งเป็นการปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์ชิงจนนำไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ และมีการสถาปนา “สาธารณรัฐจีน” ขึ้น โดยมีนายแพทย์ “ซุน ยัตเซ็น” (ดร. ซุนยัตเซ็น) เป็นประธานาธิบดีเฉพาะกาลคนแรก ในเวลาต่อมา “หยวน ซื่อไข่” ประธานาธิบดีเฉพาะกาลคนที่สองของสาธารณรัฐจีน ต้องการฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ (ภายใต้รัฐธรรมนูญ) ขึ้นมาใหม่ จึงยุบสาธารณรัฐจีนแล้วจัดตั้ง “จักรวรรดิจีน” (ค.ศ. 1915–1916) ขึ้นแทน จากนั้นก็สถาปนาตนเองเป็น “จักรพรรดิหงเซี่ยน” ซึ่งในเวลานั้นสมาชิกราชสกุลอ้ายซินเจว๋หลัวของราชวงศ์ชิงที่ล่มสลาย ยังคงพำนักอยู่ที่พระราชวังต้องห้ามในฐานะราชวงศ์ต่างประเทศ

“เหยามู่หลาน” ซึ่งแต่งตัวเป็นชายหอบของสำคัญบางอย่างพลางวิ่งหน้าตาตื่นไปที่ร้านขายยาสกุลเหยา จากนั้นก็มอบของดังกล่าวให้ “เหยาซือหย่วน” ผู้เป็นพ่อ (ซึ่งจำเธอไม่ได้) เมื่อเปิดกล่องออกดูแล้วพบว่าเป็นกระดองเต่าเสี่ยงทายโบราณที่ล้ำค่าหายาก เขาก็รู้สึกตกใจ (เป็นอุปกรณ์เสี่ยงทายของกษัตริย์ในสมัยราชวงศ์ซาง หรือราวๆ 1,600 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งมีอักษรจีนโบราณ “เจี่ยกู่เหวิน” สลักอยู่บนกระดอง)

ในเวลาเดียวกันนั้น คนบ้านสกุลเจิงกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมสถานที่และบรรยากาศภายในบ้านให้มีกลิ่นอายสมัยราชวงศ์ชิง เพื่อเตรียมต้อนรับและจัดงานวันเกิดครบรอบ 80 ปีให้ “เจิงเหล่าฟู่เหริน” ซึ่งเป็นคนหัวโบราณที่จงรักภักดีต่อราชวงศ์ชิง เมื่อ “เจิงเหวินผู” นายใหญ่ของบ้านกลับมาถึง “เจิงฟูเหริน” ผู้เป็นภรรยา และ “กุ้ยอี๋เหนียง” (สาวใช้ และยังเป็นภรรยาอีกคน) ก็ปรี่เข้าไปต้อนรับ เมื่อกุ้ยอี๋เหนียงถามถึง “เจิงซินย่า” (บุตรชายคนเล็กของบ้านสกุลเจิง) ซึ่งอยู่ต่างประเทศ เจิงเหวินผูก็ตอบว่า “เจิงจิงย่า” (บุตรชายคนรองของสกุลเจิง) โทรเลขไปตามแล้วแต่ยังไม่ได้ยินข่าวคราว จากนั้นก็บ่นว่าลูกชายคนเล็กของตนจะติดต่อกลับมาเวลาขอเงินเท่านั้น ถึงกระนั้นเจิงฟูเหรินก็เชื่อว่าซินย่าจะต้องมางานวันเกิดย่าแน่ เมื่อคนใช้ถามว่าจะให้นำรูปหยวนซื่อไข่ (ในชุดจักรพรรดิสมัยใหม่) มาประดับบ้านด้วยไหม เจิงเหวินผูรีบปฏิเสธเพราะไม่อยากให้มารดาตนตกใจ ทั้งยังกลัวคนที่ไม่รู้จักหยวนซื่อไข่เข้าใจผิดคิดว่าเป็น “หนิวซือเต้า”

หนิวซือเต้าได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ากรมคลังมาหมาดๆ จึงกลับบ้านสกุลหนิวอย่างอารมณดี เขานำเหรียญเงินมาเปรียบเทียบแล้วถามลูกชายทั้งสอง (“หนิวหวยอวี๋” และ “หนิวถงอวี๋”) ว่าตนเหมือนหยวนซื่อไข่ไหม (เขาเพิ่งโกนหัวให้เหมือนหยวนซื่อไข่) ทั้งคู่จึงพร้อมใจกันอวยพ่อว่าเหมือนกันราวกับแกะ เมื่อ “หนิวฟูเหริน” (ภรรยา) กับ “หนิวซู่อวิ๋น” (ลูกสาว) ซึ่งแต่งกายแบบหญิงสาวชาวตะวันตกเดินเข้ามา ทั้งคู่ก็พากันหัวเราะเมื่อพบว่าอยู่ๆ หนิวซือเต้าก็โกนหัว ที่แท้ซู่อวิ๋นกับแม่กำลังลองชุด เธอต้องการแต่งตัวเริ่ดๆ ไปร่วมงานวันเกิดของเจิงเหล่าฟู่เหรินหมายให้ตนโดดเด่นกว่ามู่หลาน

หลังรู้ว่าลูกชายคนโต “เหยาตี๋เหริน” พา “เหยาอาเฟย” ลูกชายคนเล็กออกไปซื้อว่าว ซือหย่วนก็ไม่ค่อยปลื้มนักเพราะเกรงว่าหากสนิทสนมกันมากเข้าอาเฟยอาจมีนิสัยเหมือนตี๋เหริน ครั้นกลับเข้าบ้านแล้วเห็นพ่อมองด้วยสายตาเอาเรื่อง ตี๋เหรินรู้สึกร้อนตัวจึงสารภาพว่าตนขโมยของโบราณในบ้านไปจำนำ ซือหย่วนซึ่งเอือมระอาพฤติกรรมตี๋เหรินเป็นทุนเดิมได้ยินดังนั้นก็โกรธมาก มู่หลานจึงรีบฉวยกล่องใส่กระดองเต่าโบราณแล้วดึงแขนพ่อออกไป ตี๋เหรินเห็นกล่องดังกล่าวก็รู้สึกสนใจจึงถามว่าอะไรอยู่ในนั้น ซือหย่วนจึงหันกลับมาห้ามไม่ให้ตี๋เหรินเข้าไปเหยียบห้องเก็บของสะสมของตนอีก ตี๋เหรินสงสัยว่าในกล่องมีอะไรจึงแอบย่องตามไปดู และได้ยินว่าพ่อจะนำโสมโบราณล้ำค่าไปมอบเป็นของขวัญวันเกิดเจิงเหล่าฟู่เหริน

ขณะเดินทางไปที่บ้านสกุลเจิงเพื่อนำโสมหายากไปมอบเป็นของขวัญวันเกิดเจิงเหล่าฟู่เหริน ซือหย่วนพูดถึงซิงย่าซึ่งเป็นอดีตคนรักของมู่หลาน ทำให้มู่หลานรู้สึกไม่พอใจ ทันใดนั้นก็มีคนร้ายเข้ามาแย่งกล่องใส่โสม มู่หลานรีบวิ่งตามคนร้ายไปจนทันและพยายามแย่งโสมกลับคืนมา คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงปาผงสีขาวใส่หน้ามู่หลานแล้วหนีไป “ข่งลี่ฟู” เห็นดังนั้นจึงปาหนังสือในมือใส่หัวคนร้าย จากนั้นก็รีบเข้าไปช่วยมู่หลาน มู่หลานลืมตาไม่ขึ้นจึงขอร้องให้ลี่ฟู่ช่วยชิงกล่องโสมกลับมา ลี่ฟู่จึงฝากหนังสือไว้กับมู่หลานแล้ววิ่งตามคนร้ายไป ที่แท้ทั้งหมดเป็นแผนการของตี๋เหริน ลี่ฟู่เห็นคนร้ายมอบของให้ตี๋เหรินเลยตามไปชิงคืน ครั้นเห็นมู่หลานเดินโซเซและล้มลงกับพื้นเพราะมองไม่เห็น เขาจึงเลิกตามตี๋เหรินแล้วเข้าไปดูมู่หลานเด้วยความเป็นห่วง จากนั้นก็อุ้มเธอไปล้างตาที่บ้าน ทันทีที่มองเห็นมู่หลานก็มองหากล่องโสม แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเมื่อรู้ว่าลี่ฟู่ชิงคืนมาไม่ได้ ขณะที่ลี่ฟู่เองก็แอบเสียดายที่มู่หลานทำหนังสือเล่มโปรดของตนหาย มู่หลานรู้สึกผิดเลยรีบวิ่งกลับไปหา โดยไม่รู้ตัวว่าตนเองทำพู่รูปกระต่ายหล่นที่บ้านของลี่ฟู่

ตี๋เหรินนำโสมล้ำค่าไปขายที่โรงจำนำของสกุลหนิวหมายนำเงินไปใช้หนี้พนัน หวยอวี๋กับซือเต้าไม่ใช่นักสะสมจึงไม่รู้ค่าและพยายามกดราคาโสม พอรู้ว่าเป็นโสมที่สกุลเหยาจะนำไปมอบเป็นของขวัญวันเกิดเจิงเหล่าฟู่เหริน ซือเต้าก็หูผึ่งและยอมเพิ่มเงินให้ทันที หลังหาหนังสือไม่เจอลี่ฟู่จึงพามู่หลานไปส่งที่บ้านเพราะเกรงว่าคนที่บ้านเธอจะเป็นห่วง มู่หลานเห็นว่าตนเองก็มีหนังสือเล่มดังกล่าวจึงบอกให้ลี่ฟู่ยืนรอที่หน้าบ้าน บังเอิญว่าในตอนนั้นตี๋เหรินกลับมาพอดี ลี่ฟู่จึงวิ่งตามตี๋เหรินเข้าไปในบ้านและบอกทุกคนว่าตี๋เหรินสมคบคิดกับคนร้าย แต่ตี๋เหรินกลับใส่ความลี่ฟู่ว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฏ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจลี่ฟู่จึงฝากนาฬิกาพกของตนไว้กับซือหย่วน โดยบอกว่าหากพิสูจน์ความจริงได้เมื่อไหร่ตนจะมารับนาฬิกาคืน ซือหย่วนเชื่อว่าลี่ฟู่จะพิสูจน์ตัวเองได้ และสงสัยว่าตี๋เหรินอาจเป็นโจรเสียเอง (ที่แท้ลี่ฟู่เป็นครูคนใหม่ที่โรงเรียน “เหยาโม่โฉว” น้องสาวมู่หลาน)

ช่วยแชร์หน่อยนะ