ซีรี่ย์จีน : You Are My Glory ดุจดวงดาวเกียรติยศ

ซีรี่ย์จีน : You Are My Glory ดุจดวงดาวเกียรติยศ กหนึ่งซีรี่ส์จีนที่แฟนๆ รอคอย เพราะได้พระเอก และนางเอก ที่หล่อสวย ระดับท็อปของวงการ อย่าง หยางหยาง และ ตี๋ลี่เร่อปา ทั้ง 2 ฝากผลงานที่แฟนชาวไทยยากจะลืมไว้อย่างมากมาย อย่าง Love O2O (เว่ยเว่ย เธอยิ้มโลกละลาย) และ The King’s Avatar (เทพยุทธ์เซียนกลอรี่) ของหยางหยาง ที่เป็นซีรี่ส์เกี่ยวกับเกมทั้งนั้น และเรื่องนี้ก็ยังมีเรื่องเกมอยู่เช่นเดิม ส่วน เร่อปา ก็คงไม่หนี สามชาติสามภพป่าท้อสิบลี้ ทั้ง ภาค 1 และ 2

หลังจากผ่านไป 10 ปี เฉียวจิงจิง ดาราสาวที่กำลังโด่งดังก็เกิดดราม่าในอินเตอร์เน็ตขึ้น จนเธอได้กลับมาพบกับ อวี๋ถูก หนุ่มเนิร์ดหน้าหล่อประจำห้องเรียนสมัยมัธยม ที่เคยปฏิเสธคำสารภาพรักในวัยเรียนของเธอไปแบบไร้เยื่อใย หลังจากที่ได้กลับมาคุยกันชวงสั้นๆ แต่เธอก็ตัดสินที่จะบอกรักเขาอีกครั้ง ซึ่งก็ถูกปฏิเสธเช่นเคย แต่ครั้งนี้การปฏิเสธนั้นเปลี่ยนไปเพราะในครั้งนี้ อวี๋ถูก ก็เริ่มมีความรักให้กับ จิงจิง เช่นกันเพียงแต่ติดปัญหาที่เวลา กับฐานะ จึงทำให้ต้องปฏิเสธไปด้วยความหวังดี แต่ไม่นาน อวี๋ถูกก็คิดได้ว่าจริงๆ แล้วสิ่งเหล่านั้นมันไม่สำคัญเลยถ้าเรารักกันด้วยความจริงใจ

เปิดเรื่องมาที่ สถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติ “อวี๋ถู” พระเอกของเรากำลังประชุมเครียด เรื่องโครงการสร้างจรวดสำรวจอวกาศของจีน ยอมรับเลยว่า 4 นาทีแรกนี่คิดว่าหนังสารคดี ผมเคยดูไปนาทีแรกแล้วต้องลุกไปทำธุระ เชื่อไหมทิ้งไปเลย หลายวันให้หลังถึงกลับมาเริ่มดูใหม่ แต่พอเข้านาทีที่ 5 เปิดตัวนางเอก “เฉียวจิงจิง” บรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไป แต่ก็ยังยอมรับว่า 2-3 ตอนแรกก็เป็นการปูเนื้อเรื่อง แล้วก็เผยตัวตน(บางด้าน) ตัวตัวละครออกมาให้เราได้เห็นแหละครับ ตรงนี้จะมีการพูดถึงแบ็คกราวการใช้ชีวิตของตัวเอก และก็เกมมือถือสุดฮิตอย่าง Honor of Kings หรือ ROV ในบ้านเรานี่แหละ ถ้าจะถามว่าน่าเบื่อ หรือว่าไม่อินกับเกมจะดูไม่รู้เรื่องไหมต้องบอกว่าไม่เกี่ยวครับ บรรยากาศของละคร หรือสิ่งต่างๆ ที่เสริมเข้ามาไม่ว่าจะเป็น เพื่อนพระเอกที่มีนิสัยโอเวอร์แอ็คติ้งนิดๆ ทำให้มีฉากขำๆ พอยิ้มได้ หรือแม้แต่นางเองที่ก็ไม่รู้เรื่องเกมเหมือนกัน แต่อาศัยความน่ารักแบบล้นๆ มาดึงดูดสายตาของคนดู แล้วให้พระเอกค่อยๆ สอนไปด้วยหน้าตาหล่อๆ แบบวัวตายควายล้ม นั่นก็เพียงพอให้วางซีรี่ส์เรื่องนี้ไม่ลงแล้ว

การให้น้ำหนักของเกม หรือช่วงวิชาการก็วางได้ดี อย่างช่วงเกมพอผ่านไปสักพักก็เริ่มเฟสลง แม้จะมีการพูดถึงเกมจนถึงกลางๆ เรื่องก็ตาม แต่หลังจากตอนที่ 5 ผมคนดูน่าจะเริ่มเข้าใจส่วนสำคัญๆ ของเกมในละครได้แล้ว และด้วยที่บทปูไว้ให้เราไปโฟกัสที่แนวคิดหรือมุมมองของตัวละครมากกว่า ทำให้คนดูไม่รู้สึกดรอปแน่นอน เอาจริงๆ ช่วงต้นเรื่องนี่ตัวละครถือว่ามีการพัฒนาที่เร็วมากเหมือนกันครับ แต่ละคนค่อยเปลี่ยนแนวคิด คำพูดคำจาให้เผยถึงตัวตนจริงๆ ของตัวละครนั่นๆ มากขึ้นเลยๆ และนั่นก็เป็นเรื่องที่ทำให้คนดูเริ่มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันเป็นแถวๆ

พอจบเรื่องดราม่า ก็เข้าสูงช่วงโรแมนติกคอมเมอร์ดี้จริงๆ แบบเต็มอิ่มเลย ตัวละครเกือบทุกตัวเผยให้เห็นบุคลิกใหม่แทบทั้งหมด โดยเฉพาะพระเอกของเรา หลังจากที่ประกาศว่า “ต่อไปนี้ผมจะริ่มรุกแล้วนะ” ก็ใส่เต็มไม่มียัง กลายเป็นคนร้ายๆ ที่ขยันหยอดกันรัวๆ ตรงนี้รู้เลยว่าผู้แต่งน่าจะเอาใจคนดูมากๆ เซอร์วิสแหละดูออก คนดูก็เบาหวานขึ้นตา จิกหมอนขาดกันไป ซึ่งบทพูด ทั้งตอนหยอด ทั้งต้องยิงมุข ที่ถึงมากๆ จัดว่าเฉียบ!

ตัวซีรี่ยังมีความแปลกอีกเล็กน้อยคือ จริงๆ แล้วซีรี่ส์สามารถจบได้ตั้งแต่ตอนที่ 21 แบบว่าซีนสุดท้ายของตอนนั้น ถ้าให้เป็นตอนจบก็เป็นตอนจบที่ดีได้เลยแหละ แต่ตอน 22 ที่เปิดมาผู้กำกับก็ยังใช้สถานที่เดิมจากตอนที่ 21 เป็นตอนซึ่งก็ทำให้ตัวซีรี่ส์เชื่อมกันได้ดี จากที่ฟังคนที่อ่านนิยายมาก่อนเขาบอกว่าในนิยายนี่ ตั้งแต่ตอนที่ 22 ไปเหมือนเป็นตอนพิเศษมากกว่า เพราะมันจะเล่นเรื่องราวเป็นช่วงๆ จนเป้าหมายสูงสุดของพระเอกสำเร็จซึ่งก็คือการส่งจรวจที่ตัวเองร่วมวิจัยมากว่า 10 ปีสู่อวกาศได้สำเร็จ แต่ผมบอกได้เลยว่าตั้งแต่ตอนที่ 22-32 นี่ไม่ว่าคุณจะ ยิ้ม หัวเราะ หรือเสียน้ำตา ก็ล้วนมาจากความปลื้มปิติ และประทับใจในฉาก หรือเนื้อเรื่องทั้งนั้น ไม่มีดราม่างี่เง่าๆ ให้เสียอารมณ์ บรรยากาศเปลี่ยนไปเป็นแบบสบายๆ มากขึ้น ตัวละครออกลวดลายได้เต็มที่ และนักแสดงก็เล่นได้สมจริงและเป็นธรรมชาติมากๆ ผมเชื่อว่าทุกคนที่ได้ดูจะรู้ได้ว่าบางฉากเกิดจากความไม่ตั้งใจจริงๆ แต่ปฏิกริยาของนักแสดงกับสิ่งที่เกิดขึ้นนอกบทนั้นมันดีมากจนไม่ถูกตัดออกครับ และตอนนี้นี่ก็เป็นซีรี่ส์เรื่องแรกของปีนี้ที่ผมโหลดเก็บไว้แล้ว…

พูดได้เลยว่าซีรี่ส์เรื่องนี้นั้น พระเอกกับนางเอกไม่ได้มีดีแค่หน้าตา การแสดงสีหน้า หรืออารมณ์ทำได้ลื่นไหลและเป็นธรรมชาติมาก และยิ่งพอได้บทที่เรียบเรียงมาอย่างดี ยิ่งทำให้คนดูรู้สึกอินกับละครไปได้อย่างไม่ยากเลย ตัวละครของทั้งพระเอกและนางเอกก็ถือว่ามีมิติอยู่ไม่น้อย พระเอกเป็นคนเรียนเก่ง กีฬาเด่น หน้าตาดี วางตัวดี มีอุดมการณ์ ทำอะไรก็เก่งไปหมด ยกเว้นทำอาหาร แต่มีฉากหลังเป็นคนที่ขี้อำ ขี้แกล้งสุดๆ ส่วนนางเอกก็ถือว่า สวย ฉลาด ทันคน มีไหวพริบ และทัศนคติที่ดีมากๆ ชอบคือชอบ อยากทำอะไรถ้าไม่ใช่เรื่องไม่ดีทำ (ขนาดเป็นดาราเบอร์ใหญ่ยังเปิดฉากรุกจีบพระเอกก่อนอะคิดดู) แต่ก็ยังขี้อำเหมือนกัน แล้วเมื่อคนขี้อำมาเจอกัน ความป่วนก็เลยเกิดขึ้น เรียกว่าการรวมหัวกันอำคนอื่น หรืออำกันเองนี่มีตลอดเรื่อง

เรื่องนี้ไม่มีพระรองเด่นๆ มาแย่งซีนเหมือนละครโรแมนติกทั่วๆ ไป คุณจะได้ดื่มด่ำกับความน่ารัก และความเท่ ของพระเอกนางเอก แบบเต็มๆ ตลอดเรื่อง เพื่อนพระเอก เพื่อนนางเองมีไว้มาตบมุข หรือให้ตัวเอกแกล้งเล่นเท่านั้น ดราม่ามีน้อยมาก ดูเพื่อความบันเทิงและความฟินล้วนๆ เพราะตอนที่ตัวเอกคบกันแล้ว งานของทั้งคู่ทำให้นานๆ ถึงจะได้เจอกันที พอเจอกับปุ๊บฉากเซอร์วิสก็มาปั๊บเรียกว่าศพสีชมพูเกลื่อนหน้าจอเลยล่ะ

เพลงเพราะ ดนตรีประกอบเหมาะสม CG ก็ไม่ธรรมดา แม้จะมีแค่ช่วงแรกๆ ที่เป็นฉากเล่นเกมของพระเอก กับนางเอกนั่นแหละ ภาพสวย วิวดี สรุปว่าดีทุกจุด แทบไม่มีข้อติเลย ผมรับประกันได้เลยว่าถ้าคุณนั่งดูตอนที่ 1 จนผ่านครึ่งตอนไปได้ (ประมาณ 20 นาที) ตอนที่เหลือมันจะตามมาแบบมีเท่าไหร่ก็ไม่พอครับ

ช่วยแชร์หน่อยนะ