ซีรี่ย์จีน : หมอเทพเทวดา (God of Medicine)

ซีรี่ย์จีน : หมอเทพเทวดา (God of Medicine) ละคร “หมอเทพเทวดา” (God of Medicine) นำเสนอเรื่องราวในตำนานของ “เทพเป่าเซิงต้าตี้” [โปเส้งไต่เต่] หรือ “ต้าเต้ากง” [ไต่โต่กง] ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็น “เทพเจ้าแห่งการแพทย์” และเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวจีนในแถบมณฑลฝูเจี้ยน ตลอดจนประเทศไต้หวัน

เดิมทีเทพเป่าเซิงต้าตี้เป็นหมอเทวดาและผู้บำเพ็ญเต๋า นาม “อู๋เทา” [หงอโถ] (คำเรียกในทางเต๋าคือ “อู๋เจินเหริน”) มีชีวิตอยู่ในปี ค.ศ. 979-1036 (พ.ศ. 1522-1579) สมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ ตลอดชีวิตของท่านได้อุทิศตนให้กับการบำเพ็ญเต๋า เก็บสมุนไพร ฝึกฝนวิชาแพทย์ และช่วยเหลือผู้คนนับไม่ถ้วน หลังท่านเสียชีวิตผู้คนจึงพากันสักการะบูชาท่านในฐานะเทพเจ้า (ตำนานเล่าว่าท่านสำเร็จเป็นเซียน) และต่างขอพรให้ตนมีสุขภาพแข็งแรง แคล้วคลาดปลอดภัย หรือขอให้ท่านช่วยปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ ทั้งนี้ ทางตอนใต้ของมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน และที่ประเทศไต้หวัน มีศาลเจ้าของท่านหลายร้อยแห่ง ส่วนเมืองไทยสามารถกราบไหว้ขอพรเทพเป่าเซิงต้าตี้ได้ที่ “ศาลเจ้าหงอจิ้นหยิน” หรือ “ศาลเจ้าท่าเรือ” อ. ถลาง จ. ภูเก็ต

เนื้อหาในละครกล่าวถึงภารกิจของ “อู๋เทา” (เทพเป่าเซิงต้าตี้) ที่จำต้องปั้นศิษย์ไม่เอาไหนอย่าง “เหรินเอ้อร์จวี่” ให้เป็นหมอเทวดาที่มีคุณธรรมเพื่อจะได้กลับไปเป็นเซียนดังเดิม ซ้ำยังต้องรับมือกับแผนชั่วของจอมปีศาจอย่าง “เวินจวิน” และต้องรักษาผู้ป่วยในขณะเดียวกัน (เวินจวินกับอู๋เทาเคยเป็นศิษย์ร่วมสำนักที่เรียนวิชาแพทย์มาด้วยกัน แต่ภายหลังกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่ขับเคี่ยวกันมานานนับพันปี เวินจินต้องการแพร่โรคระบาดเพื่อทำลายล้างโลก แต่อู๋เทาต้องการรักษาและปกป้องชีวิตผู้คน)

ละครเปิดฉากขึ้น ณ ศาลเจ้าฉือจี้ (ฉือจี้กง) ซึ่งมี “เป่าเซิงต้าตี้” เป็นเทพประธาน และมีผู้คนมากราบไหว้ขอพรเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือแม่นาง “ซานหง” ที่มาอธิษฐานขอเซียมซีเสี่ยงยา (เป็นการเสี่ยงทายขอยาจากเทพเป่าเซิงต้าตี้ ซึ่งในใบเซียมซีจะระบุตำรับยา และกรรมวิธีการปรุงยา เรียกได้ว่าเป็นใบสั่งยาของเทพเจ้า) หลังได้ใบเซียมซีที่ระบุตำรับยาตรงกับโรคภัยพอดี เธอจึงออกไปรับยาสมุนไพรหลังศาลเจ้า ครั้นพบ “อู๋เทา” (เทพเป่าเซิงต้าตี้ในร่างมนุษย์) เธอเลยวานให้เขาช่วยจัดยาให้ พอเห็นเขาหยิบสมุนไพรใส่เต็มตะกร้าเธอเลยกังวลว่าจะจ่ายไม่ไหว ครั้นรู้ว่าที่นี่รักษาและจ่ายยาให้ชาวบ้านโดยไม่คิดเงินเธอก็รู้สึกดีใจ

แต่คนที่ไม่พอใจคือขุนนางที่ดูแลด้านการแพทย์และยาในพื้นที่ นาม “เหรินเอ้อร์จวี่” เขานำกำลังมาจับอู๋เทา โดยกล่าวหาว่าอู๋เทาเป็นหมอเถื่อน ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต ไม่เสียภาษี ซ้ำยังตัดทางทำมาหากินของร้านขายยาด้วยการจ่ายยาฟรี (เอ้อร์จวี่รับสินบนจากร้านขายยา) อู๋เทาชี้ว่าตนไม่ได้ทำมาค้าขายจึงไม่มีใบอนุญาต และที่ไม่เสียภาษีเพราะไม่มีรายได้ แต่เอ้อร์จวี่ยืนกรานว่าจะจับอู๋เทาตามที่ร้านขายยาร้องเรียน ซานหงเห็นว่าไม่เป็นธรรมจึงชกหน้าเอ้อร์จวี่จนหงายเงิบ หมายให้ตนมีความผิดจะได้ถูกจับตัวไปตัดสินโทษพร้อมอู๋เทา (เธอต้องการเป็นพยานให้อู๋เทา) เอ้อร์จวี่เห็นว่าศาลเจ้ามีคนพลุกพล่านจึงคิดนำตัวอู๋เทาและซานหงมาตัดสินประจานที่หน้าศาลเจ้า แต่แล้วอยู่ๆ ก็เกิดลมแปรปรวน อู๋เทาบอกให้ทุกคนรีบหนีเพราะปีศาจกำลังจะออกอาละวาด แต่เอ้อร์จวี่ไม่เชื่อจึงไม่ยอมหลบหนี

ทันใดนั้น “ไป๋หู่” (เสือขาว) ก็ปรากฏกายและทำร้ายลูกน้องของเอ้อร์จวี่ ก่อนกระโจนตะปบเอ้อร์จวี่ต่อหน้าอู๋เทาและซานหง ครั้นเห็นอู๋เทาใช้อิทธิฤทธิ์จัดการไป๋หู่ (เขายืมปิ่นปักผมของเธอมาซัดใส่ไป๋หู่) ซานหงจึงรู้ว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาแต่เป็นเซียน และเดาออกทันทีว่าเขาคือเทพเป่าเซิงต้าตี้ตัวเป็นๆ หลังจากนั้นไม่นาน “เฮยหลง” (มังกรดำ) ก็บุกมาอาละวาดที่หน้าศาลเจ้า อู๋เทาจึงยืมต่างหูของซานหงแล้วขึ้นไปปราบเฮยหลงกลางอากาศ หลังโดนต่างหูซัดเข้าที่ตาทั้งสองข้างเฮยหลงเลยจำต้องล่าถอย เหตุการณ์ทั้งหมดล้วนอยู่ในสายตาของ “เวินจวิน” ไป๋หู่กับเฮยหลงพาร่างอันสะบักสะบอมกลับมาให้เวินจวินช่วยรักษา (เฮยหลงตาบอดทั้งสองข้าง) แต่กลับถูกเวินจวินต่อว่าและขับไล่ไสส่งโทษฐานที่ทำงานไม่สำเร็จ

เอ้อร์จวี่สั่งให้ลูกน้องนำตัวอู๋เทามารักษาบาดแผล (รอยกรงเล็บเสือ) บนใบหน้าตนหลังไม่มีหมอคนใดรักษาให้ได้ อู๋เทาย้อนว่าตนเป็นแค่หมอเถื่อนจึงไม่อาจช่วยได้ เอ้อร์จวี่จึงขู่ว่าถ้าไม่ช่วยรักษาจะโดนยัดข้อหาเพิ่ม อู๋เทาอ้างว่าตนกลัวจนขาสั่นเลยไม่มีแรงรักษา เอ้อร์จวี่พยายามติดสินบนแต่อู๋เทาปฏิเสธเพราะไม่ต้องการเงิน อู๋เทาเห็นว่าเอ้อร์จวี่ไม่มีความรู้ความสามารถ ขาดคุณธรรม ซ้ำยังไม่รู้จักแยกแยะดีชั่ว จึงยื่นข้อเสนอให้เอ้อร์จวี่ลาออกจากการเป็นขุนนาง เอ้อร์จวี่โอดครวญว่ากว่าตนจะได้งานนี้ต้องเสียเงินมิใช่น้อย ครั้นพูดดีๆ แล้วไม่ได้ผล เอ้อร์จวี่จึงขู่ด้วยน้ำเสียงดุดันว่าจะจับอู๋เทาไปขังคุก อู๋เทาเลยขอตัวไปติดคุก ก่อนเตือนเอ้อร์จวี่ให้รีบรักษาแผลบนใบหน้า มิเช่นนั้นจะหมดทางเยียวยา เอ้อร์จวี่ไม่มีทางเลือกเลยตกปากรับคำว่าจะลาออกหลังแผลหาย

ซานหงปีนบันไดขึ้นไปซ่อมหลังคาศาลเจ้าและเกือบพลัดตก โชคดีที่อู๋เทาคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทัน ซานหงพยายามบีบให้อู๋เทายอมรับว่าเขาคือเทพเป่าเซิงต้าตี้ แต่อู๋เทาไม่ยอมรับและแกล้งทำเป็นไขสือ หลังซานหงก้าวพลาดจนพลัดตกจากหลังคาจริงๆ อู๋เทาจึงรีบตามลงไปรับเธอ ปรากฏว่าซานหงตกลงไปทับเฮยหลงกับไป๋หู่ ที่แท้เฮยหลงพาไป๋หู๋ซึ่งเป็นคนรักมาให้อู๋เทาช่วยรักษาโดยขอแลกกับชีวิตของตน อู๋เทาเห็นแก่ความรักของทั้งคู่จึงช่วยรักษาด้วยความเมตตา เฮยหลงกับไป๋หู่สำนึกในบุญคุณจึงจำแลงร่างเป็นมนุษย์แล้วยอมสวามิภักดิ์ต่ออู๋เทา ซานหงไม่ไว้ใจสองปีศาจจึงตำหนิอู๋เทาที่ใจอ่อนเกินไป

หลังทราบข่าวว่าเฮยหลงกับไป๋หู่บุกมาอาละวาดที่หมู่บ้านชิงเจียว “เง็กเซียนฮ่องเต้” จึงส่ง “หลี่เทียนอ๋อง” มาจับตัวทั้งคู่ (“หลี่เทียนอ๋อง” เป็นชื่อตำแหน่งของขุนพลสวรรค์นาม “หลี่จิ้ง” มีเจดีย์เจ็ดชั้นเป็นอาวุธคู่กาย) อู๋เทาชี้ว่าเฮยหลงกับไป๋หู่กลับตัวกลับใจแล้วและไม่ยอมส่งตัวทั้งคู่ให้หลี่เทียนอ๋อง ทั้งสองฝ่ายจึงต่อสู้กัน อู๋เทาหลอกให้หลี่เทียนอ๋องเข้าใจผิดคิดว่าจับเฮยหลงกับไป๋หู่มาขังไว้ในเจดีย์ได้สำเร็จ จากนั้นจึงส่งเฮยหลงกับไป๋หู่ไปดูเอ้อร์จวี่ที่เพิ่งหายดี แต่พอทั้งคู่ไปถึงกลับพบว่าเอ้อร์จวี่ไม่รักษาสัญญา ทั้งยังไม่สำนึกในบุญคุณของอู๋เทา แม้ปวดหัวหนักทุกครั้งที่นำหมวกขุนนางมาสวม แต่เขายังคงดึงดันว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง

ครั้นถูกเวินจวินเย้ยว่าทำให้นายใหม่เดือดร้อน เฮยหลงกับไป๋หู่จึงบุกขึ้นไปบนสวรรค์ด้วยความเป็นห่วงอาจารย์ ในตอนนั้นอู๋เทาซึ่งอยู่ในสถานะเทพเซียน (เทพเป่าเซิงต้าตี้) กำลังเข้าเฝ้าเง็กเซียนฮ่องเต้ที่ท้องพระโรงสวรรค์ เทพ “ไท่ไป๋จินซิง” (เทพประจำดาวศุกร์) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบคดีของเวินจวิน รายงานเง็กเซียนฮ่องเต้ว่า เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นบนโลกมนุษย์เป็นความผิดของเฮยหลงกับไป๋หู่ อู๋เทารีบชี้แจงว่าเฮยหลงกับไป๋หู่เป็นเพียงเครื่องมือของเวินจวิน ครั้นเห็นเฮยหลงกับไป๋หู่บุกมามอบตัวบนท้องพระโรงสวรรค์อู๋เทาก็ทั้งเป็นห่วงและตกใจ เง็กเซียนฮ่องเต้สั่งให้ “เหลยกง” (เทพเจ้าแห่งสายฟ้า) ลงโทษเฮยหลงกับไป๋หู่ อู๋เทาจึงขอให้เง็กเซียนฮ่องเต้ถอดตนจากการเป็นเซียนเพื่อไถ่โทษให้สองปีศาจ เทพไท่ไป๋ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตกใจจึงขอให้อู๋เทาใคร่ครวญดูใหม่ แต่อู๋เทาไม่ยึดติดกับการเป็นเซียนจึงไม่รู้สึกเสียดาย (เดิมทีเขาเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา หลังพลัดตกเขาเสียชีวิตขณะเก็บสมุนไพร เขาจึงกลายเป็นเทพเซียน) ครั้นเห็นอู๋เทาตั้งใจแน่วแน่ เง็กเซียนฮ่องเต้จึงส่งอู๋เทากลับไปเป็นมนุษย์

ในที่สุดเอ้อร์จวี่ก็ทนไม่ไหว (สวมหมวกขุนนางแล้วปวดหัว) เลยจำต้องลาออกจากการเป็นขุนนาง เขารู้สึกคับแค้นใจจึงมาอาละวาดที่ศาลเจ้าฉือจี้ในสภาพเมาแอ๋ (เฮยหลงกับไป๋หู่เคยบอกเขาว่า อู๋เทา คือ เทพเป่าเซิงต้าตี้) ซานหงเห็นเอ้อร์จวี่กำลังจะลบหลู่องค์เทพ (รูปปั้นเทพเป่าเซิงต้าตี้) จึงใช้ไม้ฟาดหัวเอ้อร์จวี่ อีกด้านหนึ่ง อู๋เทาเพิ่งถูกเง็กเซียนฮ่องเต้ส่งกลับมาเป็นมนุษย์ หลังโผล่ขึ้นมาจากตุ่มใส่น้ำในสภาพเปลือยเปล่าได้ไม่นาน เทพไท่ไป๋ก็ตามเขาลงมา อู่เทาจึงยืนคุยกับเทพไท่ไป๋ในสภาพล่อนจ้อน ที่แท้เทพไท่ไป๋ช่วยต่อรองกับเง็กเซียนฮ่องเต้ให้แล้ว เลยลงมาแนะวิธีกลับไปเป็นเซียนดังเดิม เงื่อนไขมีอยู่ว่าอู๋เทาจะต้องฝึกฝนมนุษย์คนหนึ่งให้เป็นหมอเทวดาที่เก่งกาจและมีคุณธรรม โดยเง็กเซียนฮ่องเต้ได้เลือกคนๆ นั้นไว้ให้แล้ว ครั้นอู๋เทาถามว่าคนผู้นั้นเป็นใคร เทพไท่ไป๋จึงบอกให้อู๋เทารีบไปที่โถงกลางหลักของศาลเจ้าฉือจี้ ไปถึงแล้วจะเจอคนที่ว่ากำลังกราบไหว้ขอพร

ช่วยแชร์หน่อยนะ