ซีรี่ย์จีน : ยอดคนซ่อนคม (Provocateur)

ซีรี่ย์จีน : ยอดคนซ่อนคม (Provocateur) แก๊งจารกรรมความลับทางการค้า ซึ่งประกอบด้วย พานเส่าเจี๋ย, หลิงจิ้น, โจวเพ่ยอวี๋, หลินซิ่นฮุย และตู้จื้อเหริน ได้รับการว่าจ้าง (โดยผ่านคนกลาง) จาก “จั๋วจวินหลิน” เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง “เหม่ยซื่อไต้” (Endless Beauty) ให้ขโมยข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับคอนซีลเลอร์ที่ถูกวิจัยและพัฒนาสูตรใหม่โดยโรงงานเนเชอรัล แฟคทอรี่ ของ “อี้ซื่อข่าย” หลังทำงานสำเร็จเส่าเจี๋ยนำข้อมูลไปส่งมอบตัวแทนผู้ว่าจ้างโดยปลอมตัวเป็นชายสูงวัยชื่อ “เจย์” หมายปกปิดตัวตนที่แท้จริง

“หลินซิ่นฮุย” แอบเห็นใจอี้ซื่อข่ายจึงสงสัยว่าคนใจไม้ไส้ระกำที่ว่าจ้างพวกตนเป็นใครกันแน่ เพราะเขาไม่เพียงจ้างพวกตนขโมยสูตรเครื่องสำอางของซื่อข่าย แต่ยังสั่งให้ล้วงข้อมูลเรื่องการขนส่งวัตถุดิบ และยับยั้งการยื่นจดสิทธิบัตรอีกด้วย “พานเส่าเจี๋ย” บ่ายเบี่ยงไม่ยอมบอกและชี้ว่าโลกธุรกิจเป็นของคนที่มีเงินและมีอำนาจ ถ้าไม่เร็ว ไม่เหี้ยม และไม่รวยพอก็ไม่ควรเข้ามาเล่นเกมนี้ ครั้นเห็นข่าวจวินหลินให้สัมภาษณ์ว่าอีกไม่นานบริษัทของตนจะแถลงข่าวเปิดตัวสุดยอดคอนซีลเลอร์ที่มีคุณภาพดีสุดในตลาด ซิ่นฮุยก็เดาออกว่าคนที่จ้างพวกตนขโมยผลิตภัณฑ์ใหม่คนอื่น ซ้ำยังชิงจดสิทธิบัตร แล้วนำมาเปิดตัวเป็นสินค้าใหม่ของตนคือเจ้าพ่อวงการเครื่องสำอาง “จั๋วจวินหลิน” นั่นเอง

ก่อนงานแถลงข่าวเริ่มต้นขึ้น “หย่งหลุน” ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของเหม่ยซื่อไต้ เดินทางไปรับตัวอย่างคอนซีลเลอร์ตัวใหม่ที่คาร์โก้ แต่ถูกเส่าเจี๋ยสลับกระเป๋าขณะคุยโทรศัพท์ ครั้นเปิดกระเป๋าแล้วพบว่าคอนซีลเลอร์ที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษ (สำหรับใช้ในงานแถลงข่าวโดยเฉพาะ) กลับกลายเป็นสีน้ำ จวินหลินก็หัวเสียเพราะมีเวลาแก้ไขสถานการณ์เพียง 50 นาที เขาจำได้ว่าเคยอ่านข่าวผู้ป่วยโรคมะเร็งคนหนึ่งฝันอยากเป็นนางแบบจึงมอบหมายให้เลขาคนสนิท “เฉินซีเหวิน” รีบบึ่งไปโรงพยาบาลเพื่อเชิญเด็กสาวที่ชื่อ “จ้าวไห่อวิ้น” มาร่วมแถลงข่าวหมายให้เป็นประเด็นดราม่า โดยอ้างว่าต้องการช่วยสานฝันให้เด็กสาว เส่าเจี๋ยซึ่งแฝงตัวมาร่วมงานแถลงข่าวเห็นดังนั้นก็รู้สึกผิดหวังที่ล่มงานแถลงข่าวไม่สำเร็จ

ซื่อข่ายพานักข่าวบุกไปหาจวินหลินที่บริษัท และประกาศว่าจวินหลินขโมยสูตรผลิตคอนซีลเลอร์ไปจากตน แต่จวินหลินแกล้งทำเป็นไขสือและไม่ตอบคำถามนักข่าว ซีเหวินไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังเจ้านายตนจึงออกโรงปฏิเสธทันควันและขอให้ซื่อข่ายแสดงหลักฐานต่อหน้าทุกคน ซื่อข่ายยังไม่มีหลักฐานจึงยอมถอยทัพแต่ไม่วายขู่ว่าจะหาหลักฐานมาเอาผิดจวินหลินให้ได้ ซีเหวินสงสัยว่าทำไมจวินหลินถึงไม่สะทกสะท้านทั้งที่โดนกล่าวหาว่าเป็นขโมยต่อหน้านักข่าว และถามว่าเขามีแผนรับมืออย่างไร จวินหลินเชื่อว่าซื่อข่ายคงกัดไม่ปล่อย จึงบอกซีเหวินว่าพวกตนต้องชิงลงมือก่อนด้วยการฟ้องหมิ่นประมาท ขณะตีกอล์ฟกับเหล่านายธนาคาร จวินหลินได้ข้อมูลว่าโรงงานเนเชอรัล แฟคทอรี่ของซื่อข่ายกำลังถูกธนาคารใหญ่หลายแห่งเร่งรัดหนี้สิน เขาจึงบุกไปบริษัทของซื่อข่ายเพื่อเสนอซื้อเนเชอรัล แฟคทอรี่ในราคาต่ำเกินครึ่ง ซื่อข่ายไม่มีทางเลือกจึงยอมขายแต่โดยดี

ซิ่นฮุยเห็นข่าวจวินหลินซื้อเนเชอรัล แฟคทอรี่ในราคาต่ำสุดๆ (แถมยังเอาดีใส่ตัวด้วยการบอกว่าตนไม่อยากเห็นคนจำนวนมากตกงาน และไม่อยากให้หลายครอบครัวเดือดร้อน) จึงเปรยว่าจวินหลินเป็นนักฉวยโอกาสที่บุกปล้นบ้านซึ่งกำลังถูกไฟไหม้ “โจวเพ่ยอวี๋” แย้งว่าซื่อข่ายเองก็ตั้งตัวมาจากการขโมยเช่นกัน “หลิงจิ้น” กล่าวว่าจวินหลินเป็นโจรที่ร้องจับโจร เขาไม่เพียงฮุบบริษัทซื่อข่ายในราคาต่ำสุดๆ แต่ยังรีดเงินทุกบาททุกสตางค์จากซื่อข่ายอีกด้วย เส่าเจี๋ยนั่งฟังเงียบๆ โดยไม่ออกความเห็น แต่ภายในใจเคียดแค้นจนเผลอกำแก้วกาแฟแน่น

เมื่อจวินหลินและซีเหวินเดินสำรวจร้านค้าก็พบว่าคอนซีลเลอร์ตัวใหม่ที่เพิ่งวางจำหน่ายขายหมดเกลี้ยง แถมยังมียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 20% บังเอิญว่า “เฉียนหย่งถัง” เจ้าของบริษัทและแบรนด์เครื่องสำอาง “เฟิงจือถัง” (Beautiful Love) ที่มักเปิดร้านติดกับร้านจำหน่ายเครื่องสำอางของจวินหลิน และจะวางจำหน่ายสินค้าใหม่วันเดียวกัน ก็มาเดินสำรวจยอดขายเช่นกัน เส่าเจี๋ยซึ่งคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของจวินหลินเห็นทั้งคู่ต่อปากต่อคำกันจึงรู้ว่าทั้งคู่เป็นศัตรูทางการค้า หลังกลับฐานลับส่วนตัวเพื่อวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลของจวินหลิน เส่าเจี๋ยเห็นว่าหย่งถังเป็นศัตรูของศัตรูตนจึงคิดที่จะใช้หย่งถังให้เป็นประโยชน์ หลังจากนั้นเขาก็ตามสืบข้อมูลของหย่งถังก่อนมอบหมายงานให้เพื่อนร่วมแก๊ง

ห้าจารชนหนุ่มสาวแยกย้ายกันทำภารกิจ โดยแทรกซึมเข้าไปในตึกซึ่งเป็นที่ตั้งบริษัทเครื่องสำอางของหย่งถัง (หลังเข้ามาตรวจสอบทางหนีทีไล่แล้ว) “ตู้จื้อเหริน” แฮกเข้าระบบรักษาความปลอดภัยในอาคารเพื่อตรวจสอบสถานการณ์จากกล้องวงจรปิด ซิ่นฮุยแฝงตัวเข้าไปตีสนิทกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อแทรกแซงการทำงานของกล้อง เพ่ยอวี๋สร้างสถานการณ์เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่ หลิงจิ้นแอบนำระเบิดควันไปทิ้งที่ชั้น 2A ก่อนช่วยเส่าเจี๋ยเจาะตู้เซฟภายในห้องทำงานของหย่งถังซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 18 เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วพบความผิดปกติของภาพที่ส่งมาจากกล้องบางตัวจึงรู้ว่ามีผู้บุกรุกชั้น 18 ถึงกระนั้นเส่าเจี๋ยกับหลิงจิ้นก็หนีออกมาได้แบบฉิวเฉียด เมื่อหย่งถังมาตรวจดูความเสียหายกลับพบว่าทรัพย์สินมีค่ายังอยู่ครบ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้รับข้อความจากเส่าเจี๋ย

ปรากฏว่าเส่าเจี๋ยนัดพบหย่งถังเช้าวันรุ่งขึ้น ครั้นเห็นว่าคนที่บังอาจล้วงคอหูเห่าอย่างตนเป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่ง หย่งถังจึงถามแกมข่มขู่ว่ากล้าดียังไงถึงได้ขโมยข้อมูลของตน เส่าเจี๋ยชี้ว่าตนแค่อยากพบหย่งถัง หย่งถังไม่มีเวลาเล่นลิ้นจึงบอกให้เส่าเจี๋ยพูดเข้าประเด็น แต่เส่าเจี๋ยกลับหัวเราะร่วน หย่งถังไม่ขำด้วยจึงขู่ว่าตนสามารถจัดการเส่าเจี๋ยได้ทุกเมื่อ เส่าเจี๋ยจึงขู่กลับด้วยผลแล็ปที่ระบุว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของหย่งถังมีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ หย่งถังแย้งว่าเป็นข้อมูลเก่าแต่เส่าเจี๋ยรู้ทันจึงท้าพิสูจน์ว่าเหล่าลูกค้าจะมีปฏิกิริยาอย่างไรถ้ารู้ความจริงเรื่องนี้ หย่งถังตัดบทด้วยการบอกให้เส่าเจี๋ยระบุจำนวนเงินที่ต้องการ เส่าเจี๋ยยอมรับว่าตนต้องการเงินจริง แต่ตนอยากร่วมมือกับหย่งถังโค่นบริษัทเหม่ยซื่อไต้ด้วย เขารู้ว่าที่ผ่านมาหย่งถังถูกจวินหลินหักหลัง กลั่นแกล้ง และแย่งชิงผลประโยชน์ทางธุรกิจหลายครั้งหลายครา จึงอยากให้มาร่วมมือกันโดยมีเงื่อนไขว่าหลังงานสำเร็จต้องแบ่งผลประโยชน์กันแบบ 60:40 พูดจบเส่าเจี๋ยก็คืนเอกสาร (ผลแล็ปที่ขโมยมา) ให้หย่งถัง และชี้ว่าตนจะบอกทีหลังว่าต้องทำอะไรบ้าง

หย่งถังแอบส่งคนไปสั่งสอนเส่าเจี๋ย แต่เส่าเจี๋ยไหวตัวทันจึงเล่นงานคนของหย่งถังจนน่วม ซ้ำยังจับแก้ผ้าจนเหลือบ็อกเซอร์ตัวเดียวแล้วนำไปขึงพืดบนกระโปรงรถหย่งถังพร้อมข้อความเยาะเย้ย หลังจากนั้นเส่าเจี๋ยก็ส่งภาพผลแล็ปที่ตนทำสำเนาไว้มาให้หย่งถังทางโทรศัพท์ ก่อนโทรฯ ไปข่มขู่หย่งถังให้ร่วมมือกับตน ในเวลาต่อมา เส่าเจี๋ยนำข้อมูลของจวินหลินซึ่งเป็นอดีตลูกค้ามาแจกเพื่อนร่วมทีม และบอกว่ามีคนต้องการให้พวกตนทำลายจวินหลินโดยจะจ่ายค่าจ้างเป็นเงินก้อนโต ปรากฏว่าทุกคนเอาด้วยเพราะเห็นว่าจวินหลินเป็นคนหน้าเลือด แถมยังได้เงินก้อนโต เส่าเจี๋ยกล่าวว่าจวินหลินชั่วช้าที่สุดในบรรดานักธุรกิจหน้าเลือด เพราะอย่างนี้ตนถึงอยากโค่นจวินหลินให้สิ้นเนื้อประดาตัว

ช่วยแชร์หน่อยนะ