Godzilla Singular Point ก็อดซิลล่า ปฐมบทวิบัติโลก

Godzilla Singular Point ก็อดซิลล่า ปฐมบทวิบัติโลก สำหรับ ก็อดซิลล่า เป็นสัตว์ประหลาด หรือ ไคจู ที่ญี่ปุ่นสร้างขึ้นมาตั้งแต่ยุค 50s หลังจากนั้นก็ถูกนำมาสร้างภาคต่อ ตีความใหม่ รีเมก ทั้งในรูปแบบภาพยนตร์ฉายโรง หนังเด็กแนวต่อสู้กับสัตว์ประหลาด มังงะ หนังอนิเมชั่น และล่าสุดก็มาในรูปแบบของอนิเมะซีรีส์ เรียกว่าสร้างบ่อยเอามากๆ ซึ่งแต่ละภาคก็มักมีจุดเชื่อมโยงกัน หรือมี Easter Egg ซ่อนเอาไว้

สำหรับภาคล่าสุดนี้ที่ชื่อว่า ก็อดซิลล่า ปฐมบทวิบัติโลก เวอร์ชั่นอนิเมะซีรีส์ล่าสุดชุดนี้ เป็นงานสร้างร่วมกันระหว่างสตูดิโอ Bones ที่สร้างผลงานชื่อดังมากมาย ร่วมกับ Orange ที่ดูแลในด้าน 3D ลิขสิทธิ์โดย Netflix ซึ่งก็อดซิลล่าเวอร์ชั่นนี้สร้างขึ้นมาโดยไม่ได้มีการอ้างอิงจากภาคก่อนๆที่ผ่านมา แต่คือการ “รีเมก” หรือ เล่าเรื่องราวบทใหม่ขึ้นมาเลย

เรื่องราวเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 2030 เมื่อ ยุน อาริคาวะ โปรแกรมเมอร์หน้าตายสุดชิลที่เป็นพนักงานของ บริษัทโอทานิแฟคทอรี่ ที่รับสารพัดงานด้านเทคโนโลยี ระบบซอฟแวร์ โปรแกรมมิ่ง ปัญญาประดิษฐ์ A.I. และสารพัดอื่นๆแล้วแต่จะถูกว่าจ้าง เขาได้รับงานจ้างแปลกๆให้มาตรวจสอบเรื่องแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์หลังหนึ่ง

ซึ่งตอนนั้นก็เป็นเวลาเดียวกับที่ เม คามิโนะ นักศึกษาปริญญาโทสาวน้อยหัวยุ่งซึ่งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่เป็นที่ปรึกษาให้กับสำนักงานวิจัยมิซากิโอคุ เนื่องจากอาจารย์ของเธอไปต่างประเทศ เธอเลยต้องมารับหน้าที่เฉพาะกิจตรวจสอบปัญหาบางอย่างให้กับสำนักงานนั้น แล้วก็ได้พบเรื่องแปลกประหลาดบางอย่าง

จากเหตุการณ์ทั้งสองแห่งที่เกิดขึ้น ก็ทำให้คนทั้งสองและผู้คนจำนวนหนึ่งได้มาเกี่ยวข้องกันแบบงงๆมึนๆ เมื่อเมได้ถูกพาไปเกี่ยวกันพันกับงานค้นคว้าวิจัยที่สุดล้ำเกินจินตนาการของศาสตราจารย์อาชิฮาระ ผู้ค้นพบปริศนาและจากหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้วกับโลก แล้วยังกลายเป็นว่าพวกเขาทั้งหมดได้ค้นพบความลับสุดพิสดารที่ไปเกี่ยวข้องกับสัตว์ประหลาดในตำนานพื้นบ้านโบราณอย่าง โกจิร่า หรือ ที่ถูกตั้งชื่อในยุคนี้ว่า ก็อดซิลล่า แล้วทำให้ผู้คนทั้งหมดต้องร่วมมือกันต่อสู้ปกป้องโลกจากการตื่นของสัตว์ประหลาดทรงพลังนี้เอาไว้

สำหรับเรื่องราวของ ก็อดซิลล่า ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์แนวสัตว์ประหลาดสุดคลาสสิกของญี่ปุ่น โดยสร้างครั้งแรกในยุค 50s ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นภาพสะท้อนความกลัวต่อระเบิดนิวเคลียร์ของคนญี่ปุ่น และแฝงการวิพากษ์ การจิกกัดสังคม รัฐบาล การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานนิวเคลียร์ของประเทศญี่ปุ่น โดยผ่านทางตัวสัตว์ประหลาดก็อดซิลล่า แล้วก็มีการสร้างภาคต่อ ภาคแยก การตีความต่างๆนานาออกมาหลายเวอร์ชั่นตลอดระยะเวลาหลายสิบปี ทำให้มันได้ชื่อว่าเป็น King of Monster ของหนังแนวนี้ไปโดยปริยาย เพราะมีความที่มันทรงพลังและมีพลังงานนิวเคลียร์อยู่ในตัว แถมฆ่าไปก็ไม่ตายอีกต่างหาก

สำหรับเวอร์ชั่นนี้ ก่อนจะดูมีคำแนะนำว่าให้เตะตรรกะเหตุผลต่างๆ และภาพลักษณ์เก่าๆที่เคยดูเกี่ยวกับก๊อตซิลล่าออกไปให้หมดก่อนครับ เพราะนี่คือการเอาเรื่องราวของ กลุ่มคนสุดเพี้ยน สุดติส สุดชิล ที่ต้องมารวมพลังกันแล้วต่อสู้กับเหล่าสารพัดสัตว์ประหลาดและก็อตซิลล่าด้วยพลังทางวิทยาศาสตร์ในแบบเพี้ยนๆ แถด้นสด มีทั้งสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่น่าใช้การได้ หุ่นยนต์เก่าๆที่ยังกับหลุดออกมาจากหนังซุปปอร์โรบอตยุคเก่า และปัญญาประดิษฐ์สุดน่ารัก ที่ดูแล้วมันไม่น่าจะมารวมกันอยู่ในหนังก็อตซิลล่าได้ เรียกว่าอะไรที่คนดูคิดว่าไม่น่าจะได้เห็นในหนังก๊อตซิลล่า เรื่องนี้จัดมาเพียบเลย

ข้อเด่นอีกอย่างของเรื่องนี้คือ เป็นงานเขียนบทโดย โท เอ็นโจ ซึ่งเรียนจบด้านฟิสิกส์มาโดยตรง ดังนั้นทฤษฎีแนวคิดต่างๆในเรื่องจึงเป็นแนววิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ที่พอจะมีพื้นฐานมาจากของจริงๆ ไม่ใช่เป็นพวกที่เพิ่งอ่านแนวไซไฟมาเยอะๆแล้วก็จับโน่นผสมนี่

แถมการดีไซน์ของตัวละครก็ดูไม่ได้เข้ากับเรื่องตั้งแต่แรกเลยด้วย เพราะออกแบบตัวนางเอกมาแนวโมเอะ ส่วนพระเอกนี่ก็ยังกับล้อเลียนมาจากเรื่องกินทามะซะอย่างนั้น

ตรงนี้ถ้าหากจะวิพากษ์สาระที่แฝงมาในเรื่อง ก็อาจจะต้องการสื่อถึงกล่มคนรุ่นใหม่ กับตัวตนของก็อดซิลล่าในฐานะภาพตัวแทนความกลัวต่อนิวเคลียร์ ว่านี่เป็นยุคที่คนรุ่นใหม่ ที่มีความเป็น เด็กเนิร์ด เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย และความรู้ต่างๆที่สั่งสมกันมา ได้หาทางที่จะรับมือและต่อสู้กับภัยจากก็อดซิลล่าด้วยแนวทางใหม่ๆ รวมถึงการมองโลกที่ไม่เหมือนเดิมอีก แล้วหากสังเกตจากการออกแบบตัวละครที่จงใจมาก จะพบว่ากลุ่มตัวละครหลักไม่ได้มาแนวฟูมฟายดราม่าอะไร แต่เป็นพวกที่ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ กับการจินตนาการแบบสุดโต่งในด้านต่างๆเพื่อหาทางแก้ปัญหาในเรื่อง

ในขณะที่ตัวหุ่นยนต์อย่าง เจ็ตจากัวก์ ก็ออกแบบมาล้อเลียนการ์ตูนคลาสสิกอย่าง หุ่นเหล็กหมายเลข 28 เรียกว่าเป็นการผสมผสานความเป็นหนังสัตว์ประหลาด เข้ากับหนังซุปเปอร์โรบอตยุคเก่า หรือราวกับต้องการคารวะตัวตนของหนังเหล่านี้ในอดีตก็เป็นได้

ด้านงานภาพและเพลงประกอบของเรื่องอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสูง เรียกว่าแทบจะไม่มีการเผาเลย แม้ว่าบรรดาสัตว์ประหลาดในเรื่องจะใช้ 3D เข้ามาช่วยเกือบทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ดูขัดอะไรมากมาย ในขณะที่เพลงประกอบเรื่องก็เป็นการเอาเพลงจากหนังก็อดซิลล่ามาใช้ใหม่ ส่วนเพลงเปิดปิด OP-ED ก็เพราะมากๆ เรียกว่าฟังนได้หลายรอบ

ส่วนที่ดูแล้วอาจจะงงของเรื่องเอามากๆ ก็คือการอธิบายทฤษฎีต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์และแนวคิดแบบไซไฟเชิงอภิปรัชญา เต็มไปด้วยการใช้คำศัพท์ต่างๆที่เป็นศัพท์วิทยาศาสตร์สาย Geek ปนเนิร์ดโอตาคุ แม้ว่าหนังจะมีความพยายามอธิบายแนวคิดหลายอย่างให้เข้าใจง่าย แต่มันก็ยังเข้าใจยากมากอยู่ดี ถึงอย่างนั้นการได้ฟังน้องนางเอกอย่างเมและเปโระทู วิเคราะห์ทฤษฎีต่างๆ ก็เป็นอะไรที่เพลินดี ซึ่งคงต้องขอชมเสียงพากย์น้องเมและเปโระทูด้วยที่สามารถพากย์ไทยออกมาได้ชวนรื่นหูดีมาก

มีอีกหนึ่งตัวละครที่สร้างสีสันให้เรื่องมากก็คือ เปโระ ทู ซึ่งเดิมทีเรียกว่า นาราทาเกะ ปัญญาประดิษฐ์เอไอชั้นสูงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ยุนสร้างขึ้นมาแล้วแจกฟรีทางเน็ต แต่เมื่อสาวน้อยสติเฟื่องอย่างเมดาวโหลดมาใช้ เธอกลับสามารถดึงเอาประสิทธิภาพการทำงานของมันออกมาได้อย่างถึงขีดสุด โดยตั้งชื่อให้มันว่า เปโระ ทู แล้วระหว่างนั้นเมก็ใช้มันในการหาข้อมูลและไขปริศนาของพวกสัตว์ประหลาดหรือไคจูที่แห่กันออกมา

เมื่อดูไปสักพัก ต้องยอมรับว่าเส้นเรื่องของเมและเปโระทูที่เต็มไปด้วยบทสนทนาโต้ตอบน่ารักๆ และการพูดจาที่แอบกวนประสาทเล็กน้อยของเปโระทู ก็ถือว่าเป็นสีสันที่น่าติดตามมากของเรื่องไปซะงั้น รวมถึงคาแรคเตอร์ดีไซน์ของน้องหนูเม ก็ชวนให้ดูสบายตา น่ารัก และเป็นนางเอกในหนังสัตว์ประหลาดที่มีบุคลิกน่าสนใจและไม่ค่อยจะได้เห็นกันเท่าไหร่ หรือจะบอกว่าไม่เคยมีเลยก็ได้ เพราะคาแรคเตอร์ที่ดูแล้วขัดกับความเป็นหนังสัตว์ประหลาดเอามากๆ เรียกได้ว่าเป็นเส้นเรื่องที่ชวนให้เบรกอารมณ์ได้แบบแปลกๆดี

แต่ในขณะเดียวกัน อนิเมะเรื่องนี้ก็สร้างมาเหมือนจงใจปรับเรตลงให้เด็กสามารถดูได้ เพราะแม้ว่าจะมีฉากหายนะ ฉากทำลายบ้านเมือง ฉากไคจูฆ่าคน แต่เราจะไม่เห็นแบบจะๆแม้แต่ฉากเดียวครับ คือไม่มีฉากเลือดสาดเลยแม้แต่น้อย แถมการเล่าเรื่องก็เน้นแนว Feel Good ให้พลังใจ แม้ว่าตัวละครจะเจอสถานการณ์ยากลำบากยังไง ก็ไม่ค่อยมาดราม่าหรือโศกเศร้าอะไรกันแบบเรื่องอื่น แต่เดินหน้ามุ่งแก้ปัญหากันอย่างเดียว ตรงนี้เลยอาจจะทำให้ความรู้สึกสมจริงของการที่ต้องต่อสู้กับก็อดซิลล่าและเหล่าไคจูที่กำลังทำลายโลก ดูสมจริงน้อยลงไปหน่อย ถ้าใครคาดหวังดูอะไรที่เป็นดราม่า หรือมาแนว Survival อาจจะผิดหวังหน่อยครับ แต่หน้าปกหนังก็อดซิลล่าภาคนี้เขาก็เหมือนบอกคนดูไว้แล้วว่า นี่ไม่เหมือนทุกเวอร์ชั่นที่คุณดูมานะ

ด้านดีไซน์ของก็อดซิลล่าเวอร์ชั่นนี้มีความเคารพต้นฉบับ ผสมผสานกับไอเดียเพิ่มเติมบางจุด แต่โดยภาพรวมแล้วก็ถือว่าทำออกมาได้ดีกว่าหนังของฮอลลีวูด

แล้วตามคอนเซปต์ของชื่อเรื่อง Singular Point จุดเอกฐาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำลายกฎฟิสิกส์ของโลก แล้วส่งผลทำให้เกิดหายนะต่างๆ เรื่องนี้ยังมีการพูดถึงแนวคิดเกี่ยวกับ เวลา การวนลูป การแทรกแซงอดีตเพื่อแก้ไขอนาคต หรือการทำให้อนาคตที่ควรจะเกิดไม่ได้เกิดขึ้นจริง ตรงนี้อาจจะเข้าใจยากไปบ้าง แต่ในภาพรวมแล้วก็เกี่ยวข้องกับการไขปริศนาในการต่อสู้กับก็อดซิลล่า ตรงนี้สปอยคือ

สปอยตอนจบ
ในเรื่องยังมี Easter Egg ของก็อดซิลล่าภาคเก่าๆแอบซ่อนไว้อยู่ในภาพประกอบของเพลง ED ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนก็อดซิลล่าแล้วได้ดูภาพเหล่านั้นก็น่าจะเก็ตครับว่า มันต้องการบอกเล่าถึงก็อดซิลล่าภาคดังๆ ตั้งแค่ภาคแรกสุดฉบับคลาสสิก รวมถึงภาคอื่นๆ ซึ่งเราจะได้เห็นเหล่าไคจูที่คุ้นหน้ามากันเกือบครบเลย

สรุปภาพรวมแล้ว เป็นอนิเมะก็อดซิลล่าที่สร้างออกมาได้ค่อนข้างดูเพลิน สนุก งานสร้างดีเยี่ยม แทบจะไม่มีฉากเผาเลย ฉากแอ็กชั่นอลังการ ตัวละครน่าติดตาม โดยเฉพาะนางเอกและตัวเอไอขโมยซีน ส่วนพวกทฤษฎีและแนวคิดไซไฟต่างๆในเรื่องก็ช่างมันเถอะครับ ไม่ต้องเข้าใจก็ไม่เป็นไร คาดว่ามีซีซันสองแน่นอน

ช่วยแชร์หน่อยนะ