ซีรี่ย์เกาหลี : History of a Salaryman กลยุทธ์มนุษย์เงินเดือน

ซีรี่ย์เกาหลี : History of a Salaryman กลยุทธ์มนุษย์เงินเดือน เปิดฉากในตอนที่หนึ่งด้วยภาพเหตุการณ์ขณะที่ “โอ ยูบัง” ถือไฟฉายเข้าไปสำรวจบ้านหรูท่ามกลางความมืดในคืนฝนฟ้าคะนอง ปรากฏว่าภายในบ้านมีเศษโคมไฟแตกกระจายเกลื่อนพื้น เขาพบชายคนหนึ่งนั่งหันหลังอยู่บนเก้าอี้โยก จึงเดินเข้าไปหาแล้วลองผลักเก้าอี้ดู เมื่อเห็นว่า “โฮแฮ” รองประธาน กลุ่มบริษัท ชอนฮา เมดิคัล กรุ๊ป นั่งเสียชีวิตอยู่บนเก้าอี้ในสภาพเลือดอาบศีรษะ ยูบังก็ตกใจจนล้มหงายหลัง ระหว่างที่กำลังจะเดินออกจากห้องเขาสังเกตเห็นเงาคนหลบอยู่หลังม่านจึงเดินเข้าไปดู และพบว่าเป็นยอจีซึ่งกำลังสติแตกด้วยความตกใจกลัว

หลังยูบังไปร่วมงานศพ “โฮแฮ” ได้ไม่นาน ตำรวจก็บุกเข้ามาจับยูบังและยอจี ทั้งคู่ถูกใส่กุญแจมือและถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร แม้จะดิ้นรนขัดขืนและยืนกรานว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ถูกตำรวจลากตัวออกไป

ระหว่างการประชุมผู้บริหาร “จิน ซีฮวาง” ประธานกลุ่มบริษัท ชอนฮา เมดิคัล กรุ๊ป ได้สั่งให้ที่ประชุมช่วยกันปั้นยอจีให้พร้อมขึ้นแท่นผู้บริหาร จางรยางแย้งว่า โฮแฮซึ่งเป็นลูกของประธานจินและอยู่ในฐานะรองประธานก็นั่งอยู่ที่นี่แล้ว ทำไมประธานจินจึงคิดปลุกปั้นยอจีซึ่งเป็นเพียงหลานสาวให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารเทียบชั้นโฮแฮอีก ประธานจินไม่สนใจเสียงคัดค้านและย้ำให้ทุกคนทำตามคำสั่ง โดยบอกว่าตนไม่สนใจว่าจะเป็นลูกชายหรือหลานสาว ขอเพียงคนๆ นั้นพิสูจน์ให้เห็นว่ามีความเหมาะสมและมีความสามารถก็จะได้สืบทอดตำแหน่งประธานบริษัทต่อจากตน ทำให้โฮแฮไม่พอใจมาก (ที่ผ่านมา โฮแฮมักทำให้ประธานจินทั้งผิดหวังและสูญเงินไปเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญเขามีจุดอ่อนเรื่องผู้หญิง)

ยูบังซึ่งนั่งอยู่ในร้านกาแฟหันไปเห็นยอจีในร้านกาแฟหรูฝั่งตรงข้ามก็ถึงกับเคลิ้ม เขาตกตะลึงในความงามของยอจีถึงขนาดแอบเพ้ออยู่ในใจ (ด้วยสำเนียงท้องถิ่น) “ให้ตายสิ คนเรากินข้าวเหมือนๆ กัน แต่ทำไมเธอถึงสวยหยาดเยิ้มอย่างนี้ คนธรรมดาสวยปานนางฟ้าได้ด้วยเหรอ” เมื่อเห็นยอจีรับโทรศัพท์ยูบังก็รำพึงรำพันในใจต่อว่า “ดูริมฝีปากของเธอสิ นั่นมันริมฝีปากหรือดอกไม้กันแน่เนี่ย สิ่งที่ออกจากปากเธอต้องไม่ใช่น้ำลายแต่เป็นน้ำผึ้งชัวร์ๆ อยากรู้จังว่าเสียงของเธอจะหวานหูซักแค่ไหนกันฮึ! ฮึ!” (เวอร์ชั่นฉายเกาหลีใช้เพลงประกอบ “She” จากภาพยนตร์เรื่อง Notting Hill)

ทันใดนั้น กล้องก็ซูมไปที่ยอจี ปรากฏว่าริมฝีปากอันงดงามของเธอกำลังต่อว่า (ด่า) เลขาที่ปล่อยให้เธอรอนาน 7 นาที เธอพ่นคำหยาบคายออกมาเป็นชุด (และดังลั่นร้าน) จนต้องดูดเสียง ระหว่างนั้น ยูบังยังคงนั่งฝันหวานและมองยอจีอย่างชื่นชม โดยไม่รู้ว่ายอจีตัวจริงกับคนที่อยู่ในจินตนาการของเขาช่างต่างกันแบบสุดขั้ว

พนักงานคนหนึ่งทำกาแฟหยดใส่รองเท้ายอจี เธอจึงรีบก้มลงเช็ดรองเท้าให้อย่างรู้สึกผิด แต่กลับถูกยอจีตำหนิ (ด่า) ว่าเช็ดแรงจนทำให้รองเท้าราคาแพงของเธอเป็นรอย ยูบังไม่รู้เรื่องรู้ราวจึงยังคงนั่งมองยอจีอย่างเคลิบเคลิ้มและบอกตัวเองว่าเธอสูงส่งจนเกินเอื้อม ถึงกระนั้นเขาก็แอบหวังว่าสักวันจะได้ออกเดทกับผู้หญิงที่ดีพร้อมแบบยอจี

ยูบังซึ่งกำลังตกงานและพยายามออกหางานทำ นัดพบ “พอนเก” ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทชอนฮาที่ร้านกาแฟเพื่อทำข้อตกลงเรื่องการเป็นอาสาสมัครทดลองยา ทันทีที่มาถึงพอนเกก็มอบสัญญาให้ยูบังอ่าน (ในขณะที่ยูบังกำลังนั่งอ่านสัญญา คนดูจะเห็นภาพยอจีกำลังตบหน้า ปารองเท้า และอาละวาดใส่พนักงานในร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามสุดฤทธิ์ – มองผ่านผนังกระจกจากโต๊ะของยูบัง) หลังอ่านสัญญาจบแล้ว ยูบังก็จรดปากกาเซ็นชื่อ

อีกด้านหนึ่ง ชเว ฮังวู ผู้อำนวยการหนุ่มไฟแรงแห่งบริษัท จางโช ฟาร์มาซูติคอลส์ ก็กำลังรายงานผลการสอดแนมบริษัทคู่แข่ง (ชอนฮา เมดิคัล กรุ๊ป) ให้ประธาน “โอ จีรัก” ทราบ โดยบอกว่า บริษัท ชอนฮา กำลังซุ่มทำโครงการลับ ภายใต้ชื่อ “บีบี โปรเจ็ค” ซึ่งเป็นโครงการพัฒนายาอายุวัฒนะที่จะช่วยชะลอความชราและทำให้อายุยืนยาว โดยมีอาสาสมัคร 30 คนตอบรับการเป็นหนูลองยา แต่เนื่องจากเป็นโครงการลับสุดยอดจึงไม่มีใครรู้ว่ายาที่พวกตนกำลังจะทดลองผลิตโดยบริษัทไหนและเป็นยาอะไร

ฮังวู ยังบอกด้วยว่าเมื่อไม่นานมานี้ ประธานบริษัท ชอนฮา นัดพบเหล่าผู้บริหารธนาคารชั้นนำบ่อยครั้ง เขาเชื่อว่ายาตัวใหม่ของชอนฮาจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้เป็นจำนวนมหาศาลหลังเสร็จสิ้นการทดลองยาในช่วงปลายเดือนนี้ ประธานโอฟังแล้วโกรธจัดถึงขั้นปัดแก้วกาแฟล้มลง ทั้งยังโวยวายว่าที่ผ่านมาบริษัทของตนก็ทุ่มเงินจำนวนมหาศาลไปกับการวิจัยและพัฒนายาตัวใหม่เช่นกัน หากบริษัทชอนฮาชิงเปิดตัวยาใหม่ก่อน บริษัทของตนจะเสียหายยับเยินจนอาจถึงขั้นล้มละลาย หลังถูกประธานโอลำเลิกบุญคุณ ฮังวูก็เสนอ 3 ทางเลือก คือ 1. เร่งพัฒนายาตัวใหม่แล้วเปิดตัวก่อนบริษัท ชอนฮา ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้น้อยที่สุด 2. ขัดขวางการพัฒนายาตัวใหม่ เพื่อไม่ให้บริษัท ชอนฮาได้รับเงินลงทุน แต่วิธีที่มีโอกาสสำเร็จมากที่สุดก็คือข้อ 3. ขโมยยา (มาวิเคราะห์ส่วนผสม) และเขาก็อาสารับหน้าที่นี้ด้วยตัวเอง

ระหว่างที่อาสาสมัครทั้ง 30 คน รวมทั้งยูบังและฮังวู นั่งอยู่บนรถบัสเพื่อเตรียมเดินทางไปยังสถานที่ทดลองยา เจ้าหน้าที่ของบริษัทชอนฮาก็ยึดโทรศัพท์มือถือของทุกคนเอาไว้ชั่วคราว ยูบังแอบโทรศัพท์หาทางบ้านทำให้รู้ว่าแม่ของตนหนีออกจากโรงพยาบาลอีกตามเคย เพราะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา (ทั้งๆ ที่รู้ว่าหากไม่รักษาจะเป็นอันตราย) ยูบังรู้สึกเสียใจมาก จึงหวังว่าการเป็นหนูลองยาในครั้งนี้จะทำให้มีเงินมารักษาแม่เสียที หลังแอบคุยกับทางบ้านได้ไม่นานเขาก็ถูกพอนเกยึดโทรศัพท์ไป

“ชา อูฮี” หัวหน้าทีมวิจัย ประจำแผนกวิทยาศาสตร์ชีวภาพและลูกทีม เดินขึ้นไปบนรถบัสแล้วบอกอาสาสมัครทุกคนว่า ตลอดระยะเวลา 10 วันของการทดลองยาทุกคนจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และเนื่องจากเป็นความลับสุดยอดเธอจึงขอให้ทุกคนสวมผ้าปิดตาก่อนออกเดินทาง ครั้นพอถูกซักถามในเรื่องต่างๆ เธอก็ปฏิเสธที่จะตอบคำถามและบอกให้ทุกคนทำตามคำสั่งแต่เพียงอย่างเดียว แถมยังย้ำให้เก็บทุกอย่างไว้เป็นความลับตราบจนวันตาย หากใครทำผิดกฏจะถูกขับออกจากการทดลองทันที ใครคิดว่าไม่อาจรับเงื่อนไขทั้งหมดนี้ก็สามารถถอนตัวได้ แต่จะต้องคืนเงินมัดจำงวดแรกให้กับทางบริษัทก่อน

แม้จะรักษาความลับอย่างเข้มงวดถึงขนาดยึดโทรศัพท์และจัดให้มีรถติดตาม เพื่อป้องกันความลับรั่วไหลและไม่ให้ถูกสะกดรอยตาม แต่อูฮีและเพื่อนร่วมงานไม่รู้เลยว่าฮังวูแอบติดเครื่องติดตามไว้ที่เบาะนั่งเพื่อให้ “ฮันชิน” และลูกน้อง ซึ่งเป็นสายลับของบริษัทรู้ว่ารถบัสกำลังมุ่งหน้าไปยังทิศทางใด

ในเวลาเดียวกันนั้น ประธานจินกำลังวาดวงสวิงในสนามกอล์ฟพลางบอกลูกน้องของตนว่า ในบรรดาอาสาสมัครทดลองยา 30 คน จะต้องมีบางคนเป็นสายลับของบริษัทคู่แข่งที่แฝงตัวเข้ามาอย่างแน่นอน (กล้องโคลสไปที่หน้า “ชเว ฮังรยาง)… “ปาร์ก บอมจึง” (กรรมการบริหาร) แสดงความเห็นว่า มีความเป็นไปได้ว่าทุกคนอาจเป็นหน่วยสอดแนมของบริษัทคู่แข่งที่แฝงตัวเข้ามาล้วงความลับทางการค้าของบริษัท (หรือที่เรียกว่าการจารกรรมทางอุตสาหกรรม) ประธานจินฟังแล้วถึงกับชะงักและหันไปหาบอมจึงเพื่อฟังคำอธิบาย บอมจึงยังไม่ทันได้พูดอะไร จางรยาง (ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ) ก็แทรกขึ้นว่า อาสาสมัครทั้ง 30 คนต่างถูกควบคุมตัวและอยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา ดังนั้น สิ่งที่ประธานจินเป็นกังวลจะไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ทันใดนั้น ก็มีเสียงแคดดี้ร้องตะโกนว่า “โฟร์!” (คำที่ใช้เตือนให้ระวังลูกกอล์ฟ) ประธานจินรีบเอามือกุมหัวแล้วหมอบลงกับพื้น ส่วนคนอื่นๆ ต่างช่วยกันยืนกำบังประธานจินเอาไว้ หลังลุกขึ้นประธานจินก็ตะโกนถามว่าใครกันที่ไร้มารยาทและบังอาจตีลูกกอล์ฟใส่ตน แต่แล้วก็มีเสียงแคดดี้ร้องตะโกนว่า “โฟร์!” อีกครั้ง ประธานจินจึงรีบหมอบลง เมื่อลุกขึ้นเขาก็ตะโกนถามอีกครั้งว่าใครเป็นคนตีกอล์ฟใส่พวกตน ปรากฏว่าก๊วนกอล์ฟที่เดินตรงเข้ามาหาก็คือ คู่ปรับตลอดกาลอย่าง ประธานโอและลูกสมุน

แทนที่จะเดินเข้ามาคุยกันใกล้ๆ ประธานโอกลับยืนเผชิญหน้ากับประธานจินโดยรักษาระยะห่างพอประมาณ ทั้งคู่พูดถากถางกันไปมาผ่านทางโทรศัพท์ ประธานโอเยาะเย้ยประธานจินเรื่องที่เขาเกือบโดนลูกกอล์ฟของตนพุ่งเข้าใส่ ส่วนประธานจินเยาะเย้ยประธานโอเรื่องที่เขายังพัฒนายาตัวใหม่ไม่สำเร็จ ประธานโอรู้สึกเจ็บจี๊ดจึงด่าประธานจินว่าเป็นไอ้หัวขโมย ทั้งยังกล่าวหาว่าประธานจินแอบขโมยงานวิจัยยาตัวใหม่ของบริษัทตนไป ประธานจินได้ยินดังนั้นก็ของขึ้น จึงโวยวายว่าประธานโอนั่นแหล่ะที่ขโมยของๆ ตนก่อน (ขโมยแบบรถยนต์เมื่อ 20 ปีก่อน) หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ถือไม้กอล์ฟวิ่งเข้าหากันแบบสโลว์โมชั่น ก่อนหวดไม้กอล์ฟเข้าใส่กัน ครั้นพอไม้กอล์ฟหลุดมือประธานจินก็จับประธานโอเหวี่ยงไปทางด้านหลัง จนตัวเองหงายหลังลงไปกองกับพื้นข้างๆ กัน หลังจากนั้นสนามกอล์ฟก็แปรเปลี่ยนเป็นสนามรบ

อีกด้านหนึ่ง หนูลองยาทั้ง 30 คนซึ่งเดินทางไปถึงสถานที่ทดลองโดยสวมผ้าปิดตา ก็ได้รับอนุญาตให้ถอดผ้าปิดตาออก อูฮีบอกทุกคนว่านับจากนี้ชื่อของทุกคนจะถูกเปลี่ยนเป็นตัวเลข เมื่อเห็นทุกคนมองกล่องของใช้และเสื้อผ้าบนโต๊ะอย่างงงๆ เธอจึงอธิบายว่าเจ้าหน้าที่จะเก็บเสื้อผ้าและข้าวของๆ ทุกคนเอาไว้จนกว่าการทดลองจะเสร็จสิ้น… ฮังวูได้ยินดังนั้นก็หยิบแว่นสายตาที่ติดกล้องสอดแนมขึ้นมาสวม เพื่อให้ฮันชินเห็นและได้ยินทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างการทดลอง อูฮีย้ำว่าระหว่างการทดลองห้ามถามคำถามใดๆ เกี่ยวกับยาตัวใหม่ หากใครทำผิดกฏจะถูกขับออกจากการทดลองทันที

หลังจากนั้น ทุกคนก็เปลี่ยนมาสวมเครื่องแบบที่ทางบริษัทฯ จัดเตรียมไว้ให้ ก่อนเดินเรียงแถวเข้าไปในอาคารที่อยู่ด้านใน โดยจะต้องฝากของและผ่านเครื่องตรวจจับโลหะก่อน ระหว่างเข้าแถวรอ ฮังวูกำหูฟังในมือด้วยสีหน้าวิตก พลางคิดหาวิธีที่จะลักลอบนำเข้าไปโดยไม่ให้ถูกจับได้… ระหว่างที่ฮันชินกำลังนั่งดูภาพที่ส่งมาจากแว่นของฮังวู เขาก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่ออยู่ๆ ก็มีใบหน้าของยูบังโผล่เข้ามา

ยูบังเดินเข้ามาขวางและจ้องมองแว่นตาของฮังวูอย่างจับผิด ฮังวูไม่อยากให้เสียแผนเลยปัดยูบังออกให้พ้นทางพลางเตือนว่าอย่ามายุ่งกับตน แต่ยูบังก็ยังตื๊อและขู่ฮังวูว่าอย่ามาตบตาตนเสียให้ยาก ฮังวูถึงกับหน้าถอดสีแต่ก็พยายามเก็บอาการ ยูบังจ้องหน้าฮังวูแล้วถามว่าจะไม่ยอมรับแต่โดยดีใช่ไหม หรืออยากให้ตนแฉต่อหน้าทุกคน พูดจบยูบังก็ชี้ไปที่แว่นแล้วแฉว่าแว่นตาที่ฮังวูสวมอยู่เป็นของปลอม ดูโลโก้ แว๊บเดียวตนก็รู้ ฮังวูได้ยินแล้วถึงกับโล่งใจ

ยูบังแนะนำตัวว่า ตนชื่อ ‘ยูบัง’ (แปลว่า ‘เต้านม’) เมื่อเห็นคนอื่นๆ พากันขำ เขาก็รีบอธิบายว่า ตนชื่อ ‘บัง’ นามสกุล ‘ยู’ พอเห็นฮังวูใส่ชุดหมายเลข 22 เขาก็บอกอย่างตื่นเต้นดีใจว่าฮังวูเป็นรูมเมทของตน (แต่ฮังวูไม่ดีใจเลยสักนิด) ฮังวูเห็นอูฮีถือของเดินผ่านมาจึงแกล้งผลักยูบังใส่อูฮีจนอูฮีเสียหลักล้มลง จากนั้นก็แอบหย่อนหูฟังลงในกระเป๋าเสื้อของอูฮี (อูฮีเป็นเจ้าหน้าที่จึงไม่ต้องผ่านการตรวจสอบ) แม้เครื่องจะส่งเสียงร้องตอนที่ “พอนเก” ตรวจหาสิ่งแปลกปลอมบริเวณแว่นตาของฮังวู แต่สุดท้ายฮังวูก็ผ่านพ้นไปได้ พอเข้าเขตหวงห้ามทางด้านในแล้วฮังวูก็รีบตามไปเอาหูฟังคืนจากอูฮี โดยแกล้งทำเป็นเดินชนแล้วแอบล้วงกระเป๋าเธอ

ช่วยแชร์หน่อยนะ