ซีรี่ย์ฝรั่ง : How to Sell Drugs Online (Fast) วัยลองของ

ซีรี่ย์ฝรั่ง : How to Sell Drugs Online (Fast) วัยลองของ ว่าด้วย หนุ่มเนิร์ด มอร์ริตซ์ ถูกแฟนสาวที่คบกันมานานบอกเลิก เลยพยายามหาทางคืนดีกับแฟนสาว แล้วเขาก็พบว่าแฟนสาวของเขาได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แล้วเปลี่ยนไป ทำให้มอร์ริตซ์พยายามหาเจ้ายาเสพติดตัวมาให้แฟนสาว เพื่อหวังว่าเธอจะกลับมาคืนดี แต่แล้วเหตุการณ์ก็พลิกผันจนเขาได้ก้าวเข้ามาสู่การสร้างอาณาจักรธุรกิจขายยาเสพติดออนไลน์ โดยร่วมมือกันกับเพื่อนสนิทสุดเนิร์ดผู้มีโรคประจำตัวอย่าง เลนนี่

ถ้าเราดูแค่เรื่องย่อ หรือพล็อตเรื่องผิวเผินมันก็คงไม่ต่างจากซีรีส์วัยรุ่น รักๆทั่วไป ที่มีพล็อตเกี่ยวกับยาเสพติด แต่เอาเข้าจริงๆแล้วนี่คือซีรีส์ที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับคนรุ่น Gen Z ที่โตมาพร้อมกับเทคโนโลยีต่างๆรอบตัวได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องราวความรักของวัยรุ่น มิตรภาพระหว่างเพื่อน ความสัมพันธ์ของครอบครัวที่มีปัญหา ในการนำเสนอของซีรีส์จะเป็นเหมือนสารคดีตรงที่ว่า ตัวละครหลักถูกสัมภาษณ์แล้วเล่าให้เราฟังถึงเหตุการณ์ต่างๆ ว่า มันเริ่มขึ้นได้ยังไง ตรงนี้ใครเป็นคนทำมัน มันมีเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างแล้วเป็นยังไงต่อแล้ว ตัดสลับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในซีรีส์ มันเหมือนกับการนั่งฟังเพื่อนเรา เล่าเรื่องอะไรบางอย่างให้ฟังเป็นฉากๆ ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ ดูง่าย และเข้าถึงได้ง่ายมาก

สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว้าวก็คือ ตอนที่ 2 ของซีรีส์ ที่เขาเล่นกับคนดูด้วยการที่ใส่ฉากอธิบายเกี่ยวกับยาเสพติด ที่อาจจะฟังดูน่าเบื่อ ตัวละครในเรื่องมันเด้งปุ่ม Skip มาให้ใน Netflix เลย ถือว่าเป็นการนำเสนอและเล่นกับคนดูได้ดี พร้อมทั้งยังมีฉากการอธิบาย เกี่ยวกับ Dark Web ที่ชวนให้นึกถึงรายการสารคดีเก่าๆ และเปลี่ยนฉากปั่นจักรยานไปโรงเรียนให้กลายเป็นเหมือนกับวีดีโอเกม ผมบอกเลยว่า CG และเอฟเฟค พร้อมงานภาพของเรื่องสวยเอาเรื่อง

ในซีรีส์ วัยลองของ ตัวพล็อตเรื่องนั้นฉลาดที่จะนำเสนอเพราะว่าตัวละครหลักของเราอย่าง มอร์ริตน์และเลนนี่ คู่หูวัยรุ่นเยอรมันสุดเนิร์ดที่เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง เล่นเกม เขียนโค้ดโปรแกรม ดูท่าทางไม่น่ามายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้ มันทำให้นึกถึงซีรีส์ชั้นเยี่ยมอย่าง Breaking Bad ที่เริ่มต้นมาจากอาจารย์เคมีธรรมดาๆจนกลายมาเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการยาเสพติด ซึ่งถ้าหากจะเทียบระหว่างสองเรื่องนี้ เบรคกิ้งแบดจะนำเสนอเนื้อหาที่ค่อยเป็นค่อยไป เข้มข้นและกดดัน กลับกันใน วัยลองของ ตัวเรื่องจะดำเนินไปอย่างเร็ว เข้าใจง่าย เข้าถึงได้ง่าย แต่เนื้อหาก็เข้มข้น และสนุกไม่แพ้กันเลย

นอกจากพล็อตเรื่องหลักแล้ว ตัวซีรีส์ยังได้เน้นไปถึงการเล่าเรื่องของวัยรุ่น วัยที่ต้องเจอกับเรื่องต่างๆ ปัญหาวัยรุ่นมากมาย แง่มุมในชีวิตของตัวละครที่หลากหลาย และทำให้เรารู้สึกว่า เรื่องพวกนี้มันใกล้ตัวเรา และเราเคยผ่านมันมาก่อน ยิ่งใครที่เป็นวัยรุ่น หรือเพิ่งผ่านช่วงนี้ไฮสคูลมาหมาดๆ เรื่องนี้มันทำให้คุณหวนนึกถึงช่วงเวลาเหล่านั้นได้ดีทีเดียวล่ะ
(แอบสารภาพว่า ตอนที่มอร์ริตซ์มอบหนังสือเล่มหนึ่งที่เก็บความทรงจำให้แฟนสาว ผู้เขียนแอบน้ำตาซึมด้วย อินมาก เหมือนเคยผ่านเรื่องแบบนี้มา)

โดยรวมแล้ว How to Sell Drugs Online (Fast) ได้กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ประทับใจและจัดเก็บใส่ลิสซีรีส์ระดับท็อปที่ต้องแนะนำให้ทุกคนได้ดู และเรื่องนี้ ได้รับแรงบัลดาลใจมาจากเรื่องที่เคยเกิดขึ้น”จริง” ที่มีวัยรุ่นเยอรมันคนหนึ่งสร้างแหล่งค้ายาออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด จนถูกขนานนามว่าเป็น Amazon แห่งวงการยาเสพติด ซึ่งจะเขียนให้อ่านกันทีหลังนะครับ

ข้อดีของเรื่องนี้ก็คือ ใช้เวลาในการดูน้อยมาก มี 6 ตอน ตอนละไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เวลาในการดูรวมๆแล้ว IT Chapter 2 และ The Lord of The Ring ยังยาวกว่าอีก ทำให้มันเหมาะมากๆสำหรับดูเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ หลังจากกลับมาจากที่ทำงานหรือดูหลังเลิกเรียน สาเหตุที่ซีรีส์แต่ละตอนไม่ค่อยนานก็เราเพราะว่า นี่คือ 1 ในโปรเจ็คซีรีส์แนว Coming of Age ของทาง Netflix เช่นเรื่อง The End Of The F***ing World / Sex Education นั่นเอง

กว่าจะมาในซีซั่นที่ 2 ของ วัยลองของ ที่มาในซีซั่นนี้ก็ยังคงความสนุกไว้เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความเข้มข้นและดำดิ่งไปสู่ชีวิตของพ่อค้ายาออนไลน์ อายุน้อยร้อยล้าน ที่เส้นทางมันจะดูง่ายและสบายหรือเปล่า? แต่นี่คือธุรกิจสีดำ การค้ายา และมันไม่น่าจะเรียบง่ายขนาดนั้น

เนื้อหาในซีซั่นนี้ก็จะต่อจากซีซั่นแรกประมาณหลายเดือนให้หลัง ซึ่งเหตุการณ์บางอย่างจาก ss1 ก็จะถูกเล่า Skip ไปเลย เพราะมันไม่ใช่เนื้อหาสาระสำคัญอะไรมาก และในภาคที่ 2 ก็จะเน้นหนักไปที่ดราม่าของทางด้านชีวิตวัยรุ่นมากยิ่งขึ้น ว่าแต่ละตัวละครต้องเจอกับปัญหาอะไรบ้าง แถมยังต้องจัดการบริหารชีวิตระหว่างธุรกิจสีดำและชีวิตวัยเรียนของพวกเขา

สีสันที่เพิ่มเข้ามาอย่างแรกที่พ่วงมาจากซีซั่นที่แล้วคือ แดน ไอ้หนุ่มรูปหล่อที่ขายยาในรั้วโรงเรียน กลายมาเป็นหุ้นส่วนธุรกิจสำคัญอีกตัวละครหนึ่ง และการปรากฏตัวของแฟนสาวเลนนี่ที่พบปะกันผ่านทาง Discord อย่างสาวน้อยต่อต้านสังคมสุดจี๊ด คีร่า ที่จะมาเพิ่มเติมความยุ่งเหยิงในความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนๆ แก๊งค้ายาทั้ง 3 คน

การดำเนินเรื่องจะเริ่มขยายสเกลให้ใหญ่ขึ้น เพราะเปิดซีซั่นมาเราก็จะเห็นว่า ไอ้เว็บ Mydrugs ของพวกพระเอกมันเติบใหญ่ขนาดไหน จนทำให้ตำรวจทั่วยุโรปหมายหัวและต้องการตัวอย่างมาก แถมพวกมอริตซ์ยังโดนหมายหัวจากพวกมาเฟียท้องถิ่น ที่มีเหตุการณ์พลิกผันในซีซั่นที่แล้ว จนมาซีซั่นนี้พรรคพวกต้องการกลับมาทวงแค้น ชีวิตของมอริต เลนนี่ และแดนจะเป็นอันตรายหรือไม่ ขอบอกว่ามีให้ลุ้นแบบพลิกไปพลิกมาเลย

ใน 3 ตอนแรก ซีรีส์ก็จะเล่าถึงชีวิตหลังผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ในซีซั่นแรก ไปถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ ทั้งเพื่อน และคนรัก รวมไปถึงครอบครัวของแต่ละตัวละคร ที่มันค่อนข้างเป็นปัญหาสำหรับคนในยุค Gen Z ซึ่งยังคงถ่ายทอดออกมาได้ดี และมีมิติในการเล่าเรื่องที่แสบสัน อย่างการเด้งหน้าจอบอกว่าจบแล้วขึ้นเป็นหน้า Netflix ให้กดข้ามแบบภาคแรก แล้วยังมีการสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆ ในเรื่อง อธิบายให้ดูเข้าใจง่าย อย่างเรื่อง Bitcoin ซึ่งมันเป็นจุดเด่นจริงๆ สำรหรับซีรีส์เรื่องนี้ในความที่มันดำเนินเรื่องกระชับ ฉับไว ดูเพลิน ไม่น่าเบื่อ ไม่เวิ่นเว้อ

แต่พอครึ่ง 3 ตอนหลัง เราจะได้เห็นพัฒนาการความสัมพันธ์ที่ดำดิ่งมากยิ่งขึ้นของเด็กเนิร์ด มอริตซ์ และเพื่อนสนิทเลนนี่ เพราะสิ่งที่เด็กพวกนี้กำลังทำมันคือการทำธุรกิจผิดกฏหมาย และจะดาร์คขึ้นเรื่อยๆ อารมณ์แบบ Walter White จากคุณครูเคมีไปสู่การเป็นไฮเซนเบิร์ก เจ้าพ่อยาสีฟ้า อะไรแบบนั้นเลย และยิ่งทำให้เรื่องสนุกเข้มข้นมากยิ่งขึ้น จนไปถึงจุดแตกหักในตอนสุดท้ายที่อยากจะขอ SS3 ให้ออกมาไวๆ

เสน่ห์แบบเดิมก็ยังคงมีอยู่ ทั้งเพลงประกอบแนวอิเลคโทรนิคเพราะๆ การนำเสนอและตัดต่อแบบสีสันจัดจ้าน ดราม่าในชีวิตวัยรุ่นที่ทำให้รู้สึกอินได้ง่ายเพราะมันไกล้ตัว และการนำเสนอที่เหมือนสารคดี ที่มีคนตัวละครเล่าแล้วตัดสลับไปยังเหตุการณ์ต่างๆ แม้กระทั่งการใส่เพลงธีมของวีดีโอเกมต่างๆ ที่ทำให้เด็กเนิร์ดดูแล้วสนุกไปกับการนำเสนอของเรื่องนี้

เป็นที่น่าเสียดายอย่างมากจริงๆ กับซีรีส์ที่สนุกโคตรๆ แบบนี้ มีจำนวนตอนและเวลาที่สั้นไปจนอยากที่จะให้มันทำออกมายาวๆ เลย ในภาคนี้ก็มี 6 ตอน ตอนละ 30 นาทีนิดๆ เหมือนกับภาคที่แล้ว

บอกเลยว่า ถ้าหากใครที่ชอบเรื่องราวแนวๆ Breaking Bad แต่เป็นเวอร์ชั่นวัยรุ่นผสม Coming of Age แม้จำนวนตอนจะน้อย เนื้อหาอาจจะไม่ล้ำลึกเท่า แต่ก็สนุกไม่แพ้กันจริงๆ ด้วยการเดินเรื่องที่มีแต่เนื้อเน้นๆ กระชับ เข้าใจง่าย ทำให้ดูสนุกสุดๆ ไม่อยากจะให้พลาดเรื่องนี้ไปจริงๆ

ช่วยแชร์หน่อยนะ