ซีรี่ย์จีน JINTAI-PAN (รักสุดท้ายของมาดามจิน)

ซีรี่ย์จีน JINTAI-PAN (รักสุดท้ายของมาดามจิน) ละคร “รักสุดท้ายของมาดามจิน (JINTAI-PAN)” ผลิตโดย บริษัท ฟ่านปิงปิง สตูดิโอ ของนางเอกสาว “ฟ่านปิงปิง” เนื้อหาสะท้อนภาพสังคมและชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในเมืองเซี่ยงไฮ้ ยุคปี 1948 (พ.ศ. 2491) ซึ่งเป็นช่วงปลายของ “สาธารณรัฐจีน” (ก่อนที่พรรคคอมมิวนิสต์จะเข้าปกครองจีนแผ่นดินใหญ่ จนทำให้พรรคก๊กมินตั๋งต้องถอยร่นไปยังเกาะไต้หวัน โดยในวันที่ 1 ตุลาคม 1949 (พ.ศ. 2492) เหมาเจ๋อตงได้ประกาศสถาปนา “สาธารณรัฐประชาชนจีน”) โดยกล่าวถึงชีวิตที่พลิกผันและรักที่พลัดพรากของนักเต้นรำสาวนามว่า “จินจ้าวลี่”

ละครเปิดฉากขึ้นในปี ค.ศ. 2009 (พ.ศ. 2552) ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ “จินจ้าวลี่” ในวัยชรามาชมนิทรรศการภาพถ่ายระดับนานาชาติของ “เซิ่งเยว่หรู” เมื่อเห็นว่าหนึ่งในภาพที่ถูกนำมาจัดแสดงคือภาพถ่ายสมัยที่ตนยังเป็นนักเต้นรำ เธอก็หวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต…

โรงเต้นรำสุดหรู “พาราเมาท์” ได้จัดแข่งขันเต้นรำชิงตำแหน่ง ‘ราชินีนักเต้น’ ในหมู่นักเต้นรำหญิง (หรือ “dance hostess” มีหน้าที่เป็นคู่เต้นรำให้ลูกค้า ไม่ได้ขายบริการ) ซึ่งเป็นการขับเคี่ยวระหว่างดาวเด่นและแชมป์สองสมัยอย่างจ้าวลี่ กับ “เหรินไต้ไต้” เมื่อถึงเวลาแข่งขันพิธีกรรู้ว่า “กัวซื่อหง” ลูกค้าและคู่เต้นขาประจำของจ้าวลี่ยังมาไม่ถึงจึงคิดช่วยประวิงเวลา แต่ไต้ไต้ไม่ยอมและเริ่มต้นการแข่งขันโดยเปิดฉากเต้นรำในจังหวะแทงโก้ทันที ถึงกระนั้นจ้าวลี่ก็ไม่รู้สึกร้อนใจ เธอนั่งดูไต้ไต้เต้นรำกับคู่เต้นอย่างใจเย็นก่อนออกไปโชว์ลีลาแบบฉายเดี่ยว เมื่อซื่อหงมาถึงและเห็นว่าจ้าวลี่เอาอยู่ (สามารถครองเวทีแต่เพียงลำพังและดึงดูดสายตาผู้ชม) เขาจึงเฝ้าดูอยู่ห่างๆ อย่างชื่นชมโดยยังไม่เข้าไปขัดจังหวะ ไต้ไต้จึงถือโอกาสชิงตัวซื่อหงมาเป็นคู่เต้นของตนหน้าตาเฉย

แม้จะโดนฉกคู่เต้นไปต่อหน้าต่อตาแต่จ้าวลี่กลับไม่อนาทรร้อนใจ เธอมีความสุขที่ได้เต้นรำจึงไม่สนว่ารักษาตำแหน่งราชินีนักเต้นเอาไว้ได้หรือไม่ (ลูกค้าคนอื่นไม่อาจหาญเต้นคู่กับเธอ) ทันใดนั้นก็มีชายคนหนึ่งปรากฏตัวต่อหน้าจ้าวลี่แล้วพาเธอออกไปเต้นรำกลางเวที ที่แท้เจ้าชายขี่ม้าขาวที่ช่วยให้จ้าวลี่รักษาตำแหน่ง ‘ราชินีนักเต้น’ เอาไว้ได้ก็คือ “จินจ้าวเลี่ยง” พี่ชายต่างสายเลือดของจ้าวลี่ที่เพิ่งกลับมาเซี่ยงไฮ้นั่นเอง ซื่อหงเปิดแชมเปญฉลองชัยชนะให้จ้าวลี่พลางชมว่าเธอกับจ้าวเลี่ยงเต้นเข้าขากันเป็นอย่างดี จ้าวลี่จึงเล่าว่าเธอกับจ้าวเลี่ยงเต้นรำด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ และเขาก็เป็นคู่เต้นคนแรกของเธอ เพื่อนร่วมงานของจ้าวลี่และซื่อหงไม่เคยเห็นหน้าจ้าวเลี่ยงมาก่อนจึงต่างสงสัยว่าเขาเป็นใคร จ้าวเลี่ยงกล่าวว่าตนเป็นใครไม่สำคัญ… จากนั้นก็คว้าแขนจ้าวลี่ด้วยความโมโหพลางพูดว่า …ที่สำคัญคือจ้าวลี่ไม่รู้ตัวว่าตนเองเป็นใคร จ้าวเลี่ยงจะพาจ้าวลี่ไปจากโรงเต้นรำแต่ถูกซื่อหงขวางเอาไว้ จ้าวเลี่ยงจึงยอมถอยโดยบอกให้จ้าวลี่อยู่ฉลองความสำเร็จกับเพื่อนๆ และซื่อหง ส่วนตนจะออกไปรอข้างนอก

ซื่อหงมองตามจ้าวเลี่ยงอย่างเอาเรื่องและทำท่าเหมือนจะตามออกไป แต่จ้าวลี่ห้ามเอาไว้และชวนทุกคนมาสนุกกันต่อ หลังดื่มฉลองเสร็จแล้วจ้าวลี่ก็ออกไปหาจ้าวเลี่ยงและกระโดดกอดเขาด้วยความดีใจหลังไม่ได้เจอกันนานสองปี ที่แท้จ้าวเลี่ยงกลับมาเซี่ยงไฮ้เพื่อทวงทุกอย่างคืนให้จ้าวลี่หลังล่วงรู้ชาติกำเนิดของเธอ ที่สำคัญเขาไม่อาจทนเห็นเธอทำงานในสถานบันเทิงยามค่ำคืนดังเช่นทุกวันนี้ เขาไม่รู้ว่าจะบอกเธอยังไงจึงอยากให้เธอได้ยินจากปาก “แม่จิน” ซึ่งถูกผีพนันเข้าสิงและเป็นคนก่อเรื่อง หลังถูกลูกชายบังคับแม่จินจึงยอมเผยความลับที่ปกปิดมานาน 23 ปีต่อหน้าจ้าวลี่ จ้าวลี่ยังคงไม่ปักใจเชื่อหลังรู้ว่าตนเองไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของแม่จิน แต่เป็นลูกคนมีฐานะที่ถูกแม่จินสลับตัวกับลูกสาวแท้ๆ หลังลืมตาดูโลกได้ไม่นาน จ้าวเลี่ยงอธิบายว่าทั้งตน พ่อ และปู่ต่างเป็นโรคโลหิตจางซึ่งติดต่อทางกรรมพันธุ์ แต่จ้าวลี่กลับไม่เป็นโรคนี้ จ้าวลี่ไม่อยากยอมรับความจริงจึงพยายามหาเหตุผลข้างๆ คูๆ มาสนับสนุนความคิดของตน จ้าวเลี่ยงจึงชี้ว่าตอนนี้น้องสาวแท้ๆ ของตนซึ่งเกิดวันเดือนปีเดียวกันกับจ้าวลี่และเป็นโรคโลหิตจางเช่นเดียวกับตนกำลังเสวยสุขอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่กลางเมืองเซี่ยงไฮ้

หลังจากนั้นจ้าวเลี่ยงก็พาจ้าวลี่ไปดูคฤหาสน์สกุลอวี้โดยบอกว่านี่คือบ้านของเธอ หากเธอต้องการตนจะเป็นคนเปิดประตูบ้านให้และจะช่วยทวงทุกสิ่งทุกอย่างคืนมาให้เธอ จ้าวลี่รู้สึกสับสนและยังทำใจยอมรับไม่ได้จึงหันหลังเดินกลับไปที่รถ บังเอิญว่าในตอนนั้นคุณหนูสกุลอวี้ “อวี้ข่ายหลุน” (น้องสาวแท้ๆ ของจ้าวเลี่ยง) อาการกำเริบและหมดสติ จึงถูกบ่าวไพร่อุ้มมารอรถที่หน้าบ้าน โดยมี “คุณนายอวี้” (แม่แท้ๆ ของจ้าวลี่ ซึ่งไม่รู้ว่าลูกสาวถูกสลับตัวหลังคลอด) คอยดูแลไม่ห่าง จ้าวเลี่ยงหันไปมองหน้าจ้าวลี่ จ้าวลี่เห็นว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจึงเสนอให้คุณนายอวี้ใช้รถของตน คุณนายอวี้เลยมอบนามบัตรของ “อวี้หย่งเฉียว” ผู้เป็นสามีและผู้อำนวยการโรงพยาบาลให้จ้าวลี่

จ้าวเลี่ยงแนะให้จ้าวลี่ตามไปพบพ่อแม่แท้ๆ ที่โรงพยาบาล แต่จ้าวลี่ปฏิเสธเพราะไม่รู้ว่าจะไปในฐานะอะไร หลังได้เห็นอาการเจ็บป่วยของข่ายหลุนเองกับตาจ้าวลี่ก็รู้สึกสงสารและเห็นใจ วันต่อมาจ้าวลี่แวะไปหาแม่จินที่บ้านในย่านชุมชนแออัด เมื่อพบว่าแม่จินกำลังถูกคนของบ่อนตามมาทวงหนี้พนันก้อนโตถึงที่บ้าน จ้าวลี่จึงเข้าห้ามปรามอย่างไม่ยำเกรง แม่จินฉวยโอกาสเอาตัวรอดโดยบอกให้พวกนักเลงทวงเงินกับจ้าวลี่เพราะเธอเป็นถึงนักเต้นรำระดับแนวหน้าของโรงเต้นรำพาราเมาท์สุดหรู พวกนักเลงจึงคิดจับตัวจ้าวลี่แต่กลับโดนตบสั่งสอน แถมจ้าวลี่ยังขู่ด้วยว่าคนของพาราเมาท์มีมาเฟียคุ้มครอง หากกล้าแตะต้องตนแม้เพียงปลายเล็บรับรองว่าศพไม่สวยแน่ เธอบอกให้คนของบ่อนนำหลักฐานการเป็นหนี้ของแม่จินไปให้เธอที่พาราเมาท์ หากไม่สร้างหลักฐานเท็จเธอจะใช้หนี้แทนทั้งหมด

แม่จินพยายามหาข้ออ้างมาแก้ตัวแต่จ้าวลี่รู้ทัน หลังแม่จินเสียพนันจนนำอพาร์เมนท์ที่เธอซื้อให้ไปใช้หนี้เธอก็ไม่คิดทำอะไรเพื่อแม่จินอีก ที่เธอมาวันนี้เพราะอยากรู้ที่อยู่ของพี่ชายแต่แม่จินไม่ยอมบอกโดยอ้างว่าตนไม่รู้ จ้าวลี่เลยควักเงินปึกหนึ่งมาล่อ แม่จินรีบคว้าเงินมานับพลางกล่าวว่าตนไม่รู้จริงๆ เพราะหลังจากจ้าวเลี่ยงรู้ว่าจ้าวลี่ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ ตอนที่เขาอายุได้ 15 ปี เขาก็โกรธแค้นและไม่ดูดำดูดีตนอีกเลย จ้าวลี่เห็นว่าพี่ชายไม่กล้าสู้หน้าตนจึงเปรยว่าสักวันจ้าวเลี่ยงจะเข้าใจว่าเขามีค่าและสำคัญกับตนมากกว่าสกุลอวี้เป็นสิบเท่า แม่จินได้ยินดังนั้นจึงกล่าวว่าที่จ้าวเลี่ยงโกรธตนนับว่าสมควรแล้วเพราะตนไม่เคยใส่ใจจ้าวลี่ ซ้ำยังทำให้จ้าวลี่มีชีวิตที่ยากลำบากและต้องเหน็ดเหนื่อยกายใจมาโดยตลอด จ้าวลี่เข้าใจดีว่าที่แม่จินขายตน จนตนต้องกลายมาเป็นนักเต้นรำดังเช่นทุกวันนี้ เพราะต้องการนำเงินมารักษาจ้าวเลี่ยงที่อาการทรุดหนัก หากไม่ได้เงินก้อนนั้นจ้าวเลี่ยงคงอยู่ไม่ถึงวันนี้ ข่ายหลุนเองก็เช่นกัน เธออาการหนักกว่าจ้าวเลี่ยงมากหากไม่ได้อยู่บ้านสกุลอวี้คงจากโลกนี้ไปนานแล้ว จ้าวลี่ไม่คิดถือโทษโกรธใครเพราะเห็นว่าตนลำบากแค่คนเดียวแต่ช่วยได้ถึงสองชีวิต เธอจึงกล่าวว่าแม่จินทำเพื่อลูกในไส้อย่างเต็มที่แล้ว ถึงกระนั้นแม่จินก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าลูกทั้งสองของตนจะยังมีชีวิตอีกนานแค่ไหน

เมื่อซื่อหงจะขึ้นรถไปทำงานก็ถูกจ้าวเลี่ยง (ซึ่งแอบอยู่บนรถพร้อมลูกน้อง) ชักปืนขู่ ก่อนพามาเจรจากันตามลำพังในที่เปลี่ยว จ้าวเลี่ยงรู้ว่าซื่อหงกำลังสืบประวัติตน จึงบอกว่าตนสืบประวัติซื่อหงเรียบร้อยแล้ว เขารู้ว่าซื่อหงเป็นผู้นำเข้า-ส่งออกรายใหญ่ มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย ทั้งยังมีใจให้จ้าวลี่ จึงไม่พอใจที่ซื่อหงยังคงปล่อยให้จ้าวลี่เต้นกินรำกินในโรงเต้นรำแทนที่จะช่วยเธอ เมื่อจ้าวเลี่ยงบอกให้ทิ้งภรรยาที่กำลังป่วยหนักเพื่อจะได้มาอยู่กับจ้าวลี่ ซื่อหงก็รู้สึกโกรธ เขาชี้ว่าตนไม่มีวันทอดทิ้งภรรยาเว้นเสียแต่ว่าจะตายจากกันไปข้างหนึ่ง และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ตนไม่สามารถแต่งงานกับจ้าวลี่ได้ จ้าวเลี่ยงกล่าวว่าชีวิตของจ้าวลี่จะมีความสุขหรือไม่ขึ้นอยู่กับซื่อหง จากนั้นก็ใช้ปืนข่มขู่หมายให้ซื่อหงยอมแต่งงานกับจ้าวลี่แต่ซื่อหงไม่ยินยอม แม้จะถูกปืนที่ขึ้นลำแล้วจ่อเข้าที่คอแต่ซื่อหงกลับไม่เกรงกลัว เขาจ้องมองจ้าวเลี่ยงด้วยแววตาแข็งกร้าวพลางบอกให้จ้าวเลี่ยงแต่งกับจ้าวลี่เอง (ซื่อหงไม่รู้ว่าจ้าวเลี่ยงเป็นพี่ชายของจ้าวลี่) จ้าวเลี่ยงเห็นว่าข่มขู่ยังไงก็ไม่สำเร็จแน่จึงยอมถอดใจ

ทันใดนั้นก็มีคนขับรถพุ่งตรงเข้ามาหมายชนจ้าวเลี่ยง ซื่อหงจึงร้องเตือนก่อนชักปืน (ที่เอว) ยิงใส่ยางรถ หลังไปต่อไม่ได้คนร้ายจึงลงมาเล็งปืนใส่จ้าวเลี่ยงแต่จ้าวเลี่ยงลั่นไกเร็วกว่า แม้ชายคนดังกล่าวจะล้มลงไปนอนแน่นิ่งหลังถูกยิง แต่จ้าวเลี่ยงจงใจไม่ยิงเข้าที่จุดสำคัญเขาจึงไม่ถึงแก่ชีวิต ซื่อหงสงสัยว่าทำไมถึงมีคนอยากฆ่าจ้าวเลี่ยง จ้าวเลี่ยงไม่ตอบแต่ถามกลับว่าในเมื่อซื่อหงพกปืนแล้วทำไมถึงไม่นำออกมายิงสู้ตน ซื่อหงตอบว่าเพราะตนเห็นสายตาของจ้าวลี่ที่มองจ้าวเลี่ยงขณะเต้นรำ ตนจึงไม่มีวันเป็นศัตรูกับจ้าวเลี่ยง จ้าวเลี่ยงฝากจ้าวลี่ไว้กับซื่อหงก่อนเตือนว่าอย่าก้าวเท้าเข้ามายุ่งเรื่องของตน เขาบอกให้ซื่อหงรีบไปจากที่นี่ส่วนเรื่องคนร้ายตนจะจัดการเอง ขณะที่ซื่อหงกำลังจะเดินขึ้นรถ จ้าวเลี่ยงร้องบอกชื่อแซ่ของตนก่อนเฉลยว่าตนเป็นพี่ชายของจ้าวลี่

คุณนายอวี้นั่งเฝ้าข่ายหลุนซึ่งยังคงหลับใหลไม่ได้สติด้วยน้ำตาคลอเบ้า ขณะที่จ้าวลี่นำช่อดอกไม้มาเยี่ยมข่ายหลุนที่โรงพยาบาล เธอได้ยินหมอที่เดินสวนมาพูดคุยกันถึงอาการของข่ายหลุน เมื่อชำเลืองมองชื่อที่หน้าอกหมอคนหนึ่งก็พบว่าเขาคือพ่อแท้ๆ ของเธอ จ้าวลี่เห็นพ่อบังเกิดเกล้าเดินเข้าไปในห้องของข่ายหลุนจึงฝากช่อดอกไม้ไว้ที่พยาบาล และพยายามทำตัวร่าเริงขณะเดินออกจากโรงพยาบาล เธอบังเอิญเดินชนทายาทนายธนาคารผู้มั่งคั่งนามว่า “เซิ่งเยว่หรู” เข้าอย่างจังจนกระเช้าผลไม้นำเข้าที่เขาหิ้วมาฝากคนไข้ร่วงเกลื่อนพื้น เมื่อเยว่หรูเห็นหน้าจ้าวลี่เขาก็ตกตะลึงในความงามและตกหลุมรักเธอทันที

ช่วยแชร์หน่อยนะ