Man in Love ผ่อนรักระยะยาว Netflix

Man in Love ผ่อนรักระยะยาว Netflix เรื่องนี้เป็นหนังลงโรงของไต้หวันที่ฉายเมื่อเดือนเมษาปีนี้ (2021) ทาง Netflix ก็ได้ซื้อมาลงในระบบเป็นของตัวเอง ซึ่งเรื่องราวได้รีเมคมาจากหนังเกาหลีในชื่อเดียวกัน แต่เรื่องนี้ไม่ได้ลงโรงฉายหรือมีลิขสิทธิ์ในไทย ทางผู้เขียนจึงไม่สามารถเทียบกับต้นฉบับได้ แต่จากรีวิวที่ออกมาค่อนข้างได้รับคำชมในทางบวกทั้งสองเวอร์ชั่น ซึ่งทางไต้หวันก็ถนัดอยู่แล้วกับแนวรักดราม่า ที่แม้เรื่องราวในช่วงแรกจะดูตลกน่ารัก แต่ช่วงหลังของเรื่องก็เรียกว่าหดหู่และหนักเอาอาการกับหนังรักเรื่องนี้

เนื้อเรื่องเริ่มต้นด้วยอาเฉิงหนุ่มนักทวงหนี้ขาใหญ่ที่ดูเหมือนโหด แต่ที่จริงเขาเป็นคนที่เห็นอกเห็นใจลูกหนี้ แอบช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ให้พออยู่รอดได้ วันหนึ่งเขาต้องมาทวงหนี้ในโรงพยาบาลจนได้มาพบกับ “อู๋ฮ่วถิง” สาวแบงค์ที่มีพ่อป่วยหนักและติดหนี้หัวโตจนเธอต้องมารับภาระใช้หนี้แทนพ่อ อาเฉิงปิ๊งเธอตั้งแต่แรกพบและพยายามจีบเธอให้สำเร็จ ด้วยมุกเสี่ยวๆ สารพัดแบบที่คนไม่เอาไหนอย่างเขาเท่านั้นที่คิดได้ จนกลายมาเป็นเรื่องตลกน่ารักที่ชวนยิ้มหัวเราะไปพร้อมกัน

หนังเรื่องนี้ครึ่งแรกถูกวางเป็นแนวรักตลกแทบจะล้วนๆ เนื้อเรื่องเดินไปแบบติดตลกปนขำกับความพยายามจีบด้วยมุกเสี่ยวของพระเอก ซึ่งดูเหมือนเขาเองก็ไม่เคยมีแฟนมาก่อนจนอายุ 40 ในขณะที่ภาพนักเลงทวงหนี้ก็เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ภาพลักษณ์ของเขาไม่ดีจนนางเอกไม่ยอมเปิดใจให้เลย ซ้ำร้ายยังมองว่าการที่เขาพยายามมาหาเธอคือการกดดันให้จ่ายหนี้ ซึ่งก็ไม่แปลกที่เธอจะเข้าใจแบบนั้นเพราะพระเอกเองก็เอามุกทวงหนี้เพี้ยนๆ มาจีบ อย่างให้เธอไปขายไตใช้หนี้แทนพ่ออะไรแบบนี้ หรือแนะนำให้เธอไปกินข้าวกับเสี่ยหารายได้เสริม ซึ่งทุกอย่างคือการแนะนำแบบหวังดีผิดที่ผิดทางทั้งนั้น จนกลายมาเป็นมุกตลกเรียกเสียงฮาได้พอสมควรเลย รวมถึงเราก็ได้เห็นมุมน่ารักที่พระเอกพยายามอย่างหนักที่จะให้เธอเปิดใจให้ได้ด้วย ซึ่งครึ่งแรกของเรื่องกว่า 40 นาทีคือช่วงพยายามจีบนางเอกให้สำเร็จที่พอนางเอกเปิดใจแล้วตัวเรื่องก็ทำได้น่ารักมากในเวลาสั้นๆ ก่อนที่ตัวเรื่องจะเริ่มพลิกไปอีกทางในเวลาต่อมา

ครึ่งหลังของเรื่องนี้คือแนวดราม่าเต็มๆ เข้มๆ เลยเมื่อช่วงเวลาความรักของทั้งคู่จบลงกับความพยายามช่วยเหลือแบบผิดพลาดของพระเอก จนกลายมาเป็นจุดจบความสัมพันธ์ที่พระเอกหนีไม่พ้นเวรกรรมจากวงการทวงหนี้ โดยมีเรื่องราวของมาเฟียเถ้าแก่เนี้ยะที่เขาติดหนี้อยู่มาเป็นตัวร้ายของเรื่อง และหนังก็เผยให้เห็นที่มาที่ไปของการมาเป็นนักทวงหนี้ของอาเฉิงว่าไม่ใช่เพราะเขาตั้งใจ แต่เขามาทำเพื่อช่วยเหลือครอบครัว ซึ่งตัวเรื่องก็หันมาเน้นหนักถึงปัญหาในครอบครัวพระเอกที่มีกับพ่อและพี่ชายเพิ่มเข้ามาด้วย ซึ่งช่วงนี้ของหนังถือว่าพลิกจากแนวรักตลกไปมากจนไร้เสียงหัวเราะไปเลย แถมปัญหาที่ผ่านมาดูจะยังรันทดไม่พอ ตัวเรื่องจึงใส่ปมดราม่าสุดท้ายของเรื่องกะเรียกน้ำตาไว้อีก ซึ่งเดาว่ามาจากต้นฉบับเกาหลีนี่แหละเพราะปมดราม่าน้ำเน่าแบบนี้เกาหลีมักใช้บ่อย หลายคนก็คงเดาถูกได้ไม่ยาก แต่ถ้าใครสงสัยก็กดอ่านสปอยล์จากด้านล่างย่อหน้านี้ดูครับ (จริงๆ ก็ไม่ได้เสียอรรถรสมากถ้ารู้ก่อน) ซึ่งถามว่าอินมั้ยก็คงไม่เท่าไหร่ เพราะตัวเรื่องช่วงหลังนี้พยายามยัดปมดราม่าหลายอย่างเข้ามาพร้อมๆ กันมากไปจนปรับอารมณ์จากแนวรักตลกในช่วงแรกไม่ทัน แต่ถ้าใครอ่อนไหวหน่อยก็คงมีอินอยู่บ้างกับสูตรสำเร็จน้ำเน่าแบบนี้ครับ และต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ซึ่งถ้าใครหวังดูหนังรักจบสวยๆ คงต้องข้ามไปเลยจะดีกว่าครับ แต่ก็เป็นข้อดีอย่างหนึ่งคือทำให้ตัวเรื่องดูเรียลๆ ไม่โลกสวยกับหนังรักที่มีตัวเอกอยู่ในโลกอาชญากรรมแบบนี้ครับ

นักแสดงนำทั้งคู่ถือว่าเล่นได้ดี ดาราไต้หวันเรียกว่าคุณภาพแทบทุกคนอยู่แล้ว นางเอกอย่าง Wei-Ning Hsu อาจจะคุ้นหน้ากว่าเพราะแสดงหนังให้เห็นบ่อยๆ หลายเรื่อง (เล่นเป็นนางเอก The Victims Game เจาะจิต ปิดเกมล่าเหยื่อ ซีรีส์ไต้หวันดังของเน็ตฟลิกซ์มาก่อน) ซึ่งเธอแสดงแบบไม่มีเมคอัพเลยใช้หน้าสด อาจจะไม่สวยเด่นอะไรมากเพราะตามบทเธอก็เป็นสาวบ้านๆ ที่ค่อนข้างจน แต่มีความฝันเล็กๆ อยากเปิดร้านชานมเป็นของตัวเองให้ได้ ส่วนพระเอก Roy Chiu นี่ไม่คุ้นเลย ตามประวัติคือนักร้องที่ผันตัวมาเป็นนักแสดง ตัวจริงหล่อมาก แต่ในบทเล่นเป็นคนซกมกๆ ติดตลกแบบห้าวๆ ไม่มีความหล่อหลงเหลืออยู่เลย แม้จะมีฉากเมคอัพตัดผมแต่งตัวดีก็ยังไม่เท่าไหร่ แถมตอนท้ายยังต้องรับบทโทรมๆ แย่กว่าตอนแรกอีก แต่ในมุมของหนังคือเข้ากับบทมาก ไม่เหลือคราบเดิมไว้ ถือว่าผ่านเลย แต่คนจะไม่อินก็เพราะตัวบทมันค่อนข้ารวบรัดยัดเรื่องดราม่ามากมายให้เขาในช่วงหลังมากไปหน่อย แต่ในช่วงแรกที่ตามจีบนางเอกแบบเห่ยๆ นี่แอบมีเสน่ห์กวนๆ น่ารักใช้ได้เลยครับ

นี่เป็นหนังไต้หวันที่ดูได้เพลินๆ ในแนวหนังรักตลกครึ่งแรก ส่วนครึ่งหลังกับดราม่ามากมายอาจจะผิดฟีลอยู่บ้างถ้าคนไม่รู้มาก่อน แต่ถ้ารู้แล้วยังอยากดูก็ไม่มีปัญหา เพราะตัวเรื่องก็ทำดราม่าออกมากระชากใจได้พอสมควร ส่วนจะอินมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับใจของแต่ละคนแล้วล่ะครับ

ช่วยแชร์หน่อยนะ