SCAMS 18 มงกุฏ หนังซีรีส์ Original Netflix

SCAMS 18 มงกุฏ หนังซีรีส์ Original Netflix SCAMS (スカム) เริ่มเรื่องราวจาก “มาโกโตะ” เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกเพื่อนซี้ชักชวนเข้ามาทำงานเป็นเด็กเก็บเงิน ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกเหยื่อโอนมา ก่อนที่จะถูกนำไปฝึกให้เป็นทีมงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกหลวงผู้สูงอายุ ที่มีศัพท์เรียกกันในแก๊งว่าตำแหน่ง “ผู้เล่น” ซึ่งก็หมายถึงผู้สวมบทบาทเป็นตัวแสดงสมมุติ 3 ฝ่าย คนในครอบครัวเหยื่อ คู่กรณี ตำรวจหรือทนาย ซึ่งต้องแสดงให้สมบทบาทเพื่อหลอกให้เหยื่อปลายทางตกใจลนลาน จนต้องนำเงินมาให้เพื่อปิดคดีที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์สมมุติขึ้น ซึ่งจากตอนแรกแค่หาเงินไปรักษาพ่อที่ป่วยเป็นมะเร็ง แต่แล้วเขากลับเริ่มติดใจถลำลึกลงไปเรื่อยๆ กับการหลอกลวงที่ได้เงินมาง่ายๆ จนเสพติดถอนตัวไม่ขึ้น

นี่เป็นหนังที่นำเสนอเรื่องราวครบวงจรของอาชญากรรมต้มตุ๋น โดยตีแผ่กระบวนการทำงานค่อนข้างละเอียดเริ่มตั้งแต่การหาคนมาทำ ไปจนถึงขั้นตอนการเลื่อนลำดับชั้นตำแหน่งหน้าที่ มีเงินเดือนแน่นอนพร้อมค่าคอมมิชชั่น ทุกอย่างถูกวางเป็นระบบครบจนเหมือนบริษัทจริง ขนาดที่เรียกว่าดูจบแล้วเอาไปใช้สอนคนทำงานเป็นนักต้มตุ๋นได้เลย แต่ไม่ใช่ว่าทั้งหมดจะง่ายๆ เพราะการทำได้ก็ต้องรู้หลักการหลอกคนโดยใช้จิตวิทยาดักทางให้เหยื่อเข้าสู่บทที่เตรียมไว้เป็นสเต็บ ซึ่งต้องมีทั้งข้อมูลครอบครัวของเหยื่อที่เตรียมไว้ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในงาน อย่างมือถือกับซิมใช้แล้วทิ้ง ซึ่งทุกอย่างต้องมีต้นทุนจำเป็นต้องมีนายทุนหาทรัพยากรเหล่านี้มาให้ในทีม ทำให้ไม่ใช่มีแค่แก๊งคอลเซ็นเตอร์เพียงอย่างเดียวที่อยู่ได้ แต่ต้องพึ่งพายากูซ่าในเรื่องต้นทุนทรัพยากรและการตามเก็บเงิน ฟอกเงิน ไปจนถึงนักเลงที่ต้องคอยเก็บงานบางอย่างที่คนในทีมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทำไม่ได้ เนื่องจากเป็นแค่ผู้เล่นสวมบทบาทอยู่ในห้องเท่านั้น

ไม่ใช่แค่ขั้นตอนวิธีการ แต่หนังนำเสนอจุดเริ่มต้นของแนวคิดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต้มตุ๋นผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ที่พึ่งมาระบาดในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาว่ามาจากการที่เหล่าผู้สูงอายุในญี่ปุ่นมีเงินเก็บบำนาญมากมายสบายเกินตัว ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศถดถอย จนกลายเป็นมะเร็งร้ายในสายตาของคนรุ่นหลังที่ต้องมาทำงานเงินเดือนน้อยจ่ายภาษีเข้ารัฐบาลเป็นบำนาญของคนกลุ่มนี้ที่วันๆ เอาแต่ตีกอล์ฟ พักผ่อนสบายใจ ทิ้งความลำบากของประเทศให้กับคนรุ่นหลังมารับผิดชอบไป ซึ่งในปัจจุบันคนจบมหาวิทยาลัยมาทำงานก็ยังเอาตัวรอดยากเนื่องจากค่าครองชีพที่สูงกว่าในอดีตหลายเท่า เงินเดือนของคนจบใหม่ก็ยังไม่เท่ากับบำนาญต่อเดือนของคนเหล่านี้เลย

แม้ว่ามุมมองในเรื่องนี้เป็นแง่ลบ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นความจริงส่วนหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ ( ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาจริงๆ ที่ถกเถียงกันในญี่ปุ่นแม้แต่ในรัฐสภา) หนังใช้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมส่วนนี้มาเป็นจุดเริ่มสร้างความน่าเชื่อถือให้เข้าใจว่า ทีมงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในญี่ปุ่นที่มักเป็นคนหนุ่มสาวนั่นเพราะอะไร ซึ่งนี่เป็นจิตวิทยาในการชวนคนเข้าแก๊งอาชญากรรมแบบไม่ทำให้รู้สึกว่าเป็นเรื่องผิดหรือต้องละอายใจ ซึ่งถ้าอ่านแค่นี้คงเข้าใจยากอยู่ว่าจะเป็นไปได้หรือที่คนปกติจะหันมาทำงานแบบนี้ได้ ต้องไปดูในหนังเองจะเห็นว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้จิตวิทยาสูงในการโน้มน้าวใจคน (แต่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ประเทศอื่นอาจจะมีวิธีการที่ต่างออกไปอีก) มีการเปิดโอกาสให้ซักถาม รวมถึงให้เลือกเองว่าจะทำงานนี้หรือไม่? ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความสมัครใจของตัวเอง (แอบมีขู่ถ้าไม่ทำแต่ไปแจ้งตำรวจก็น่วม) และเมื่อทำแล้วก็ต้องเล่นให้สมบทบาท อินไปกับการหลอกลวงคนแก่โดยไม่รู้สึกผิด แถมกลับรู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกที่ดึงเงินเก็บมหาศาลเหล่านี้ออกจากกลุ่มคนที่เรียกว่าเป็นเศรษฐีขี้เหนียวที่สุดของประเทศเลยก็ว่าได้

ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องแต่ง แต่เป็นเรื่องจริงของพวกมิจฉาชีพที่มักหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองเสมอ อย่างคดีแม่มณีของไทยที่ถูกจับได้ก็ไม่ยอมรับว่าตัวเองผิด แต่กลับบอกว่าเป็นงานให้คนเอาเงินมาฝากให้เองจากความโลภ ซึ่งตรกะก็ไม่ต่างกันกับในเรื่องนี้ที่แก๊งหลอกให้โอนเงินในญี่ปุ่นที่มองว่าไม่ได้ทำผิดอะไรมากมาย แค่เป็นอาชญากรรมเบาๆ ไม่รุนแรงอะไรนัก

แต่ไม่ใช่แค่เรื่องราวขั้นตอนการทำงานต้มตุ๋น หนังยังใส่เรื่องราวความสัมพันธ์ของครอบครัวเพื่อนฝูงของพระเอกลงไปด้วย ทำให้เห็นว่าพระเอกใช้ชีวิตโกหกหลอกลวงไม่ใช่แค่ในเวลางาน แต่เมื่อเริ่มก้าวเข้ามาในวงการนี้ก็กลายเป็นชีวิตมีแต่เรื่องโกหกกับทุกคนที่รู้จักตามไปด้วย แม้แต่คนในทีมเองก็ยังหาความจริงใจให้กันไม่ได้ สุดท้ายก็กลายเป็นผลสะท้อนกลับมายังคนใกล้ชิดรอบตัวพระเอกจนได้ หนังใช้เรื่องราวส่วนนี้ค่อยๆ ดึงให้พระเอกที่ถลำลึกลงไปเต็มตัวแล้ว ได้หวนกลับมาคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ถูกต้องจริงหรือไม่? คำกล่าวหัวหน้าแก๊งที่ว่าทำงานนี้แล้วสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่อไปไม่น่าใช่เรื่องจริง เพราะมีปัญหาอื่นตามมาให้เครียดอีกเพียบ!

หนังทำได้ดีในส่วนของการเล่าเรื่องราวรอบด้านของวงการ รวมถึงเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของคนที่เข้าไปในแก๊ง แต่สิ่งที่หนังพลาดไปคือตอนจบที่พาเรื่องราวเข้าสู่โหมดกลับใจเป็นคนดีง่ายดายไปหน่อย แถมยังทำให้เรื่องราวกลายเป็นแนว “กงกรรมกวงเกวียน” ซึ่งดูขัดกับความเป็นจริงมากเกินไป เหมือนว่าผู้สร้างกลัวว่าถ้าไม่จบแบบนี้จะถูกประณามว่าทำหนังสอนคนให้เป็นอาชญากร แนวทำเลวแล้วได้เงินดีอะไรแบบนั้นไป ซึ่งเอาจริงๆ ก็เข้าใจความจำเป็นที่ต้องบีบให้เรื่องราวจบลงแบบนี้ แต่ว่าควรจะทำให้เรื่องราวดูสมจริงมากกว่าจะตลก จนไม่ค่อยเมคเซนส์กับผลลัพธ์ปลายทางของเรื่องราวนัก

ด้วยความที่เป็นหนังซีรีส์ญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เรื่องการเล่นใหญ่โอเวอร์แอ็กติ้งกันทุกคนในเรื่อง ซึ่งคนญี่ปุ่นเองชอบแนวนี้ ถ้าใครไม่เคยดูซีรีส์ญี่ปุ่นมาก็อาจจะขัดใจมองว่าเป็นแนวการ์ตูนๆ ไป ซึ่งตรงนี้ถ้าไม่ชอบก็แนะนำว่าข้ามเลย เพราะหนังเล่นใหญ่แบบนี้ทั้งเรื่องครับ แต่ถ้ามองข้ามจุดนี้ไปได้ นี่ก็เป็นหนังที่ทำออกมาได้ดีและน่าสนใจมากๆ แถมยังกระตุกต่อมจริยธรรมความคิดในเรื่องปัญหาความเหลื่อมล้ำของเจเนอเรชั่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งไม่ใช่แค่ญี่ปุ่นที่มีเรื่องราวแบบนี้ แต่ทั้งโลกทุกประเทศก็เหมือนกัน เพียงแต่มุมมืดเหล่านี้ไม่เคยถูกเผยแพร่ให้เห็นเท่านั้น

ช่วยแชร์หน่อยนะ