ซีรี่ย์เกาหลี “THE K2 รหัสรักบอดี้การ์ด”

ซีรี่ย์เกาหลี “THE K2 รหัสรักบอดี้การ์ด” นำเสนอเรื่องราวของ “คิม เจฮา” อดีตทหารรับจ้างของ PMC Blackstone ที่กลายเป็นคนระเหเร่รอนและต้องใช้ชีวิตอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ในต่างแดน หลังถูกใส่ร้ายว่าฆ่า “ราเนีย” แฟนสาวของตนขณะปฏิบัติภารกิจในอิรัก ครั้นกลับเกาหลีใต้ได้ไม่นานเขาก็ถูกว่าจ้างให้เป็นบอดี้การ์ดของ “ชเว ยูจิน” เจ้าของบริษัทอารักขาและคุ้มครองความปลอดภัย “เจเอสเอส ซีเคียวริตี้” ทั้งยังเป็นภรรยาของ “จาง เซจุน” ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกด้วย เจฮาจึงใช้โอกาสนี้วางแผนแก้แค้น “ปาร์ค ควานซู” (คู่แข่งของเซจุน และศัตรูของยูจิน)

ซึ่งเจฮาเชื่อว่าเป็นคนสั่งตายแฟนของตน ในเวลาต่อมาเจฮาได้รับมอบหมายให้คอยคุ้มกัน “โก อันนา” ลูกสาวลับๆ ของเซจุนที่เพิ่งเดินทางกลับเกาหลี (เธอถูกส่งตัวไปอยู่ในความดูแลของแม่ชีที่โบสถ์แห่งหนึ่งในประเทศสเปนหลังแม่ตาย จึงมีชีวิตที่โดดเดี่ยวและขาดอิสรภาพตั้งแต่เด็ก) หลังต่างฝ่ายต่างมีใจให้กันเจฮากลับพบว่าคนที่ประสงค์ร้ายต่ออันนามากที่สุดคือเจ้านายสาวของตน สุดท้ายแล้วเจฮาจะเลือกอยู่ข้างเจ้านายสาวหมายร่วมกันปิดบัญชีแค้นตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น หรือยอมแตกหักกับเธอเพื่อปกป้องคนรัก ติดตามชมได้ใน “THE K2 รหัสรักบอดี้การ์ด” ทางทรูโฟร์ยู

กลางดึกคืนหนึ่ง เด็กหญิง “โก อันนา” นอนไม่หลับจึงลุกขึ้นมาสวดมนต์ ครั้นพอเห็นแสงไฟสว่างวาบทางด้านนอกเธอก็รู้สึกดีใจเพราะนึกว่าพ่อมาหา เมื่อลงไปที่ชั้นล่างก็พบว่าประตูหน้าบ้านเปิดอยู่แต่ไร้เงาของพ่อเธอ แถมในบ้านยังมืดและเงียบกริบ พอกวาดตาไปรอบๆ เธอก็เห็นแสงไฟลอดออกมาจากประตูห้องนอนที่อยู่ชั้นล่างราวกับมีคนเดินอยู่ในห้อง เธอจึงเดินไปที่หยุดหน้าประตูแล้วร้องเรียกแม่ เมื่อไม่มีเสียงขานตอบเธอจึงผลักประตูเข้าไป และพบแม่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น (ใกล้กันนั้นมีขวดยาตกอยู่ และมียาหกกระจายเกลื่อนพื้น) แต่ที่เธอไม่รู้และไม่เห็นก็คือมีใครคนหนึ่งยืนอยู่ทางด้านหลัง เขาคนนั้นเดินออกจากห้องไปเงียบๆ แล้วค่อยๆ ปิดประตู หลังจากนั้นอันนาก็ถูกส่งตัวไปอยู่กับแม่ชีที่วิหารโบราณบนภูเขาในประเทศสเปน

หลายปีผ่านไป เด็กหญิงอันนาได้เติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวแต่ยังคงไร้ซึ่งอิสรภาพเหมือนเดิม เธอวิ่งหนีออกจากโบสถ์ทั้งที่สวมชุดนอนและไม่ได้ใส่รองเท้า จากนั้นก็โบกรถเข้าเมืองแล้ววิ่งไปยังสถานีรถไฟด้วยความหวาดระแวงในสภาพเนื้อตัวมอมแมม

“คิม เจฮา” ซึ่งเนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบเลือดและมีผ้าพันแผลรอบเอว ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเจ็บปวดหลังทำแผลให้ตัวเองแล้วผลอยหลับไป เขาดูนาฬิกาแล้วพยายามลากสังขารไปที่หน้าต่างอย่างระแวดระวังเพื่อตรวจตราพื้นที่โดยรอบและตรวจสอบดูว่าทางสะดวกหรือไม่ หลังจากนั้นก็เดินหิ้วกระเป๋าเข้าไปในย่านใจกลางเมือง โดยก้มหน้าก้มตาหลบกล้องวงจรปิดและพยายามไม่ตอบโต้เมื่อถูกหาเรื่อง

ชายชาวสเปนสองคนขับรถมาดักรอที่หน้าสถานีรถไฟหลังได้รับมอบหมายให้มาตามจับอันนากลับไป หนึ่งในนั้นตามอันนาเข้าไปในสถานี ส่วนอีกคนดักรอทางด้านนอก อันนารีบวิ่งไปซื้อตั๋วแต่เนื่องจากเธอกำเศษเหรียญมาซื้อ เจ้าหน้าที่เลยต้องเสียเวลาโกยและนับทำให้อันนารู้สึกร้อนใจ หลังได้ตั๋วแล้วเธอก็รีบวิ่งเข้าไปในชานชาลา ด้วยความเร่งรีบและไม่ทันระวังเธอจึงชนเจฮาเข้าอย่างจังทำให้เสียหลักล้มทั้งคู่ (เจฮารีบลุกขึ้นพลางเอามือกุมท้องด้วยความเจ็บปวด) เขาได้ยินเธอขอโทษเป็นภาษาเกาหลีเลยยื่นมือให้จับหมายช่วยดึงตัวเธอขึ้นมา พลางถามเป็นภาษาเกาหลีว่าไม่เป็นไรใช่ไหม อันนาดีใจที่พบคนพูดภาษาเดียวกันจึงรีบคว้ามือเขาแล้วร้องขอความช่วยเหลือ แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีกล้องวงจรปิดถึงสองตัวเจฮาจึงไม่อยากอยู่นาน ที่สำคัญเขาไม่อยู่ในสภาพที่จะช่วยเหลือใครได้ เขารีบเบือนหน้าหลบกล้องแล้วเดินหนีไปแต่อันนาพยายามฉุดรั้งไว้เขาเลยจำเป็นต้องสะบัดมือเธอออก

อันนาหันไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาหาเธอเลยรีบวิ่งไปรอรถไฟที่ชานชาลาโดยแอบอยู่หลังเสา ชายคนดังกล่าวเดินตามหาเธออย่างใจเย็น หลังได้ยินเสียงอันนาหายใจหอบเขาก็บอกให้เธอยอมกลับบ้านแต่โดยดี อันนาปฏิเสธทันควันและพยายามวิ่งหนีเขาจึงคว้าแขนเธอเอาไว้ เจฮาอดรนทนไม่ได้เลยเข้ามาขวางทั้งที่บาดเจ็บและอยู่ในระหว่างหลบหนีเช่นกัน เขาบอกให้อันนารีบหนีไป อันนาเลยหนีไปยืนลุ้นข้างเสาอีกต้นที่อยู่ใกล้ๆ (ก็เธอกำลังรอรถไฟ) หลังปราบหนุ่มชาวสเปนจนล้มลงไปนอนแน่นิ่ง เจฮาสงสัยว่าเขาเป็นใครกันแน่เลยตรวจดูบัตรในกระเป๋าสตางค์ เมื่อพบว่าชายคนดังกล่าวเป็นตำรวจ แถมบริเวณดังกล่าวยังมีกล้องวงจรปิดหลายตัว เจฮาจึงรีบหนีไปโดยทิ้งกระเป๋าสตางค์คืนไว้ให้

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดเลยคิดว่ามีการชิงทรัพย์จึงรีบโทรฯ แจ้งเหตุ เจฮาพยายามหนีออกจากสถานีรถไฟแต่อันนาดันวิ่งเข้ามาขวางพลางอ้อนวอนให้เขาพาเธอไปหาพ่อที่กรุงมาดริดโดยบอกว่าพ่อเธอจะมีรางวัลให้อย่างงาม เจฮาพยายามเดินหนีและสะบัดมือเธอออกเพราะเขาเองก็กำลังเดือดร้อนและตกที่นั่งลำบากเช่นกัน แต่อันนายังคงไม่ยอมแพ้ เธอพยายามดึงตัวเขาไว้โดยบอกว่าตนกำลังถูกคนร้ายตามไล่ล่า เจฮาชี้ว่าหากตำรวจคือผู้ร้ายในสายตาเธอ แสดงว่าเธอนั่นแหล่ะที่เป็นคนร้ายตัวจริง เขาไล่เธอไปให้พ้นหน้าแล้วแนะให้เธอกลับตัวกลับใจเสีย แต่อันนายืนยันว่าเธอพูดความจริง

ในที่สุดก็มีตำรวจมาพบทั้งคู่จนได้ เมื่อเห็นตำรวจอันนาก็ยิ่งร่ำไห้ด้วยความหวาดกลัว เจฮาจึงบอกให้อันนารีบหนีไป จากนั้นก็ทำการปลดสไลด์เพื่อให้กระสุนปืนของตำรวจหลุดออกก่อนเปิดฉากจู่โจมด้วยมือเปล่า หลังปราบตำรวจจนหมอบราบคาบแล้วเจฮาก็รีบเผ่น เมื่ออันนาซึ่งนั่งอยู่ในรถตำรวจหันมาเห็นเจฮา เธอก็ทุบกระจกแล้วร้องขอความช่วยเหลือ เจฮาไม่อยากจะเชื่อว่าตนช่วยขนาดนี้แล้วอันนายังหนีไม่รอด เขาจ้องหน้าเธอพลางส่ายหน้าปฏิเสธเบาๆ ตำรวจนอกเครื่องแบบ (ซึ่งพยายามโทรฯ ตามเพื่อนร่วมงานที่ถูกเจฮาเล่นงานก่อนหน้านี้) เห็นเจฮายืนมองอันนาจึงแสดงบัตรประจำตัวตำรวจและไล่เจฮาไป เจฮาลังเลชั่วขณะก่อนส่ายหน้าปฏิเสธอันนาอีกครั้ง หลังจากนั้นเขาก็ตัดใจขึ้นรถแท็กซี่ไปสนามบิน อันนาเห็นดังนั้นจึงได้แต่มองตามด้วยความสิ้นหวัง

หลังพ่นสีป้ายโฆษณาท่ามกลางอากาศร้อน เจฮาจึงเปิดเพลงแล้วพักจิบเบียร์แกล้มปลาหมึกแห้งอย่างสบายอารมณ์ ก่อนแบ่งปลาหมึกที่อมจนอ่อนนุ่มแล้วให้ลูกแมวตัวน้อยที่เดินมาร้องขออาหาร ซึ่งเผยให้เห็นอีกด้านที่อ่อนโยนของเขา หลังจากนั้นเจฮาก็เผลอหลับด้วยความอ่อนเพลีย เขาสะดุ้งตื่นอีกครั้งหลังตะวันตกดินเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ ปรากฏว่าเจ้านายของเขาโทรฯ มาบอกให้ไปขึงแบนเนอร์โฆษณาให้ลูกค้าใหม่เพราะของเดิมที่ขึงไว้ถูกลมพัดจนหย่อนทำให้ป้ายสั่นพริ้วไปตามแรงลม ที่แท้แบนเนอร์ดังกล่าวเป็นป้ายหาเสียงของหนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี “จาง เซจุน” บนป้ายนอกจากจะมีภาพขนาดใหญ่ของเซจุนแล้ว ยังมีข้อความระบุว่า “ผมฝันถึงโลกที่น่าอยู่สำหรับเด็กๆ”

เนื่องจากเป็นช่วงหลังเลิกงาน แถมเจฮายังไม่พกบัตรประจำตัว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงไม่อนุญาตให้เจฮาเข้าไปในตึกถึงแม้เจฮาจะบอกว่าตนถูกเรียกตัวมาที่นี่ก็ตาม โชคดีที่ป้าแม่บ้านมาพบเข้า เธอไม่อยากให้เจฮามาเสียเที่ยวจึงช่วยรับรองว่าเจฮาเป็นพนักงานติดตั้งป้ายโฆษณาจริง โดยยืนยันว่าเจฮาคือคนที่มาขึงป้ายเมื่อคราวก่อน เธอยังขู่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวด้วยว่า หากเขาไม่ยอมให้เจฮาเข้าไปทำงานมีหวังเดือดร้อนแน่ เพราะแม้แต่ผู้จัดการยังถูกคุณนายตำหนิอย่างหนักในเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ยินดังนั้นเลยยอมให้เจฮาเข้าไปในตึกแต่โดยดี เจฮากล่าวขอบคุณป้าแม่บ้านในลิฟต์ ป้าแม่บ้านเห็นว่าวันนี้ลมค่อนข้างแรงเลยอดเป็นห่วงเจฮาไม่ได้ เจฮามั่นใจว่าตนจะทำงานอย่างปลอดภัยและรู้สึกอบอุ่นในใจที่ป้าแม่บ้านแสดงความเป็นห่วง หลังติดตั้งสลิงเสร็จแล้วเจฮาก็กระโดดลงจากดาดฟ้าทันที ทำเอาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คอยตามประกบเจฮาถึงกับใจหายใจคว่ำเมื่อเห็นคนกระโดดตึกต่อหน้าต่อตา

ระหว่างที่เจฮากำลังโรยตัวลงจากตึกเพื่อขึงแบนเนอร์ให้ตึง ได้มีกลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากปิดบังใบหน้านั่งรถสองคันเข้ามาในตึกดังกล่าว ขณะเดียวกันห้องที่อยู่ทางด้านล่าง (ถัดจากบริเวณที่เจฮาทำงานอยู่ไม่มากนัก) ก็มีหญิงสาวในชุดสุดเซ็กซี่กำลังเทยาบางอย่างลงในแก้วไวน์ และชายที่อยู่ในห้องกับเธอคือเซจุน หลังเดินเข้ามาในห้องเซจุนก็เริ่มเผด็จศึกทันที เมื่อหญิงสาวบอกให้ใจเย็นๆ เซจุนก็แย้งว่าไม่มีคำนั้นในพจนานุกรมของตน เพราะตนไม่ชอบทำอะไรชักช้า ครั้นได้ยินรายการทีวีสัมภาษณ์สด “ชเว ยูจิน” ผู้เป็นภรรยา เขาจึงหยุดนัวเนียหญิงสาวแล้วขอตัวมานั่งดูทีวี หญิงสาวจึงสบโอกาสยื่นแก้วไวน์ให้พลางแกล้งตัดพ้อว่าเห็นหน้ากันทุกวันยังไม่เบื่ออีกหรือ เซจุนจึงบอกว่าตนอยากรู้ว่าภรรยาจะให้สัมภาษณ์ว่ายังไง

ผู้ดำเนินรายการ “โจ จียอน” แจ้งว่ายูจินได้รับการโหวตจากประชาชนวัย 20-70 ปีว่าคู่ควรกับตำแหน่งสตรีหมายเลขหนึ่งมากที่สุด (คะแนนนำภรรยาผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนอื่นๆ) เมื่อได้รับคำชมว่าเป็นภรรยาที่เกื้อหนุนสามี ยูจินจึงกล่าวอย่างถ่อมตัวว่าเธอก็แค่คอยดูแลอาหารเช้าให้สามีเท่านั้น เซจุนเห็นภรรยาสร้างภาพว่าตนเองเป็นแม่ศรีเรือนและมีเสน่ห์ปลายจวักก็รู้สึกพึงพอใจ หญิงสาวเห็นว่าได้เวลาแล้วจึงปิดทีวี จากนั้นก็หันมาเป็นฝ่ายรุก ในเวลาเดียวกันนั้นกลุ่มชายชุดดำได้บุกเข้ามาในตึกและทำร้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทุกคนที่ขวางทาง

ช่วยแชร์หน่อยนะ