ดูซีรี่ย์จีน : วีรสตรีนักสู้กู้แผ่นดิน (The Princess Weiyoung)

ดูซีรี่ย์จีน : วีรสตรีนักสู้กู้แผ่นดิน (The Princess Weiyoung) ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง “The Poisonous Daughter” (庶女有毒) ของ “ฉินเจี่ยน” เนื้อหาในละครกล่าวถึงเหตุการณ์สมัย “ราชวงศ์เหนือใต้” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นยุคแห่งสงครามกลางเมือง และยุคที่เต็มไปด้วยเหตุวุ่นวายทางการเมือง โดยเรื่องราวเกิดขึ้นในยุคต้นของราชวงศ์เหนือ หลังราชวงศ์ “เป่ยเว่ย” (เว่ยเหนือ – สถาปนาโดยชนเผ่าเซียนเป่ย) โค่นล้มราชวงศ์ “เป่ยเหลียง” (เหลียงเหนือ – สถาปนาโดยชนเผ่าซงหนู) แล้วรวมแผ่นดินทางตอนเหนือเป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ

เนื้อหากล่าวถึงเรื่องราวของ “เฝิงซินเอ๋อร์” องค์หญิงแห่งราชวงศ์เป่ยเหลียงที่ล่มสลาย ซึ่งชีวิตต้องพลิกผันในชั่วข้ามคืนหลังขุนพลสกุล “ชื่ออวิ๋น” แห่งราชวงศ์เป่ยเว่ย จัดฉากใส่ร้ายบิดาของเธอ (ซึ่งมีสถานะเป็นตัวประกัน) ว่าก่อกบฎ ก่อนลงมือกวาดล้างสมาชิกราชวงศ์เป่ยเหลียงหมายยึดครองเหมืองแร่เหล็กที่ตั้งอยู่ในดินแดนเป่ยเหลียงมาเป็นของตน ซินเอ๋อร์รอดชีวิตมาได้เพราะไทเฮาและคนสนิทใช้ชีวิตเป็นเดิมพันเพื่อปกป้องเธอ ทั้งยังขอให้เธอรักษาเนื้อรักษาตัวและมีชีวิตอยู่ต่อไป ในเวลาต่อมา “หลี่เว่ยยาง” (ลูกสาวเสนาบดีเป่ยเว่ย) ได้สละชีวิตของตนเพื่อปกป้องซินเอ๋อร์จากนักฆ่าที่คนสกุลชื่ออวิ๋นส่งมา (ภรรยาเอกของท่านเสนาฯ ซึ่งเป็นคนสกุลชื่ออวิ๋น ไม่พอใจที่หลี่เว่ยยางซึ่งเกิดจากสาวใช้กำลังจะถูกรับตัวมาอยู่ในจวน) ซินเอ๋อร์จึงสวมรอยเป็นเว่ยยางแล้วเข้าไปอยู่ในจวนเสนาฯ หมายแก้แค้นให้เว่ยยาง ตลอดจนเอาคืนศัตรูที่เข่นฆ่าและโค่นล้มราชวงศ์เป่ยเหลียง

ละครเปิดฉากขึ้นในวันที่องค์หญิงน้อยแห่งราชวงศ์เป่ยเหลียงถือกำเนิด ซึ่งบังเกิดเหตุการณ์อันน่ามหัศจรรย์เพราะทันทีที่องค์หญิงน้อยออกมาลืมตาดูโลก หิมะที่ตกหนักต่อเนื่องมานานถึงสามวันก็หยุดตกในบัดดล แถมท้องฟ้าที่เคยมืดครึ้มมัวหม่นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสดใสหลังดวงอาทิตย์ทอแสงเจิดจ้า หลวงจีนอาวุโสจากวัดฮู่กั๋วเห็นดังนั้นจึงทูล “เป่ยเหลียงอ๋อง” (เป่ยเหลียงเรียกเจ้าครองแคว้นว่า “อ๋อง”) กับ “ไทเฮา” (พระมารดาเป่ยเหลียงอ๋อง) ว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวนับเป็นนิมิตหมายอันดี

นอกจากนี้ องค์หญิงน้อยยังมีดวงตาแบบที่เรียกว่า “หลงเฟิ่ง” (ตามังกรและนกเฟิ่งหวง) ซึ่งน้อยคนนักจะเกิดมาพร้อมดวงตาแบบนี้ เป็นลักษณะดวงตาของผู้ที่เปี่ยมไปด้วยบุญวาสนา บารมี ถึงกระนั้นก็ไม่อาจฟันธงได้เต็มปากว่าองค์หญิงจะมีชะตาชีวิตที่ดี เนื่องจากเฟิ่งหวง (นกฟีนิกซ์/หงส์จีน) เป็นนกอมตะที่ฟื้นคืนชีพจากกองเถ้าถ่าน (หลังถูกไฟแผดเผาจนกลายเป็นเถ้า) มันจึงไม่อาจเกิดใหม่หากไม่ตายเสียก่อน ถ้าหากองค์หญิงน้อยแคล้วคลาดจากภัยพาลจะเป็นดั่งนกเฟิ่งหวงที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พูดจบหลวงจีนคนดังกล่าวก็หันหลังเดินจากไปพลางกล่าวว่า ทุกสรรพสิ่งล้วนไม่เที่ยง มีเกิดย่อมมีดับ เมื่อใดที่หลุดพ้นจากการเกิดดับจึงจะพานพบความสุขที่แท้จริง

หลังจากนั้นไม่นาน ทหารเป่ยเว่ยก็บุกมาเชิญ (คุมตัว) เป่ยเหลียงอ๋องไปที่เมืองผิงเฉิง (เมืองหลวงของอาณาจักรเป่ยเว่ย) เพื่อแสดงความสวามิภักดิ์ต่อฮ่องเต้ของพวกตน เป่ยเหลียงอ๋องจึงส่งองค์หญิงน้อยให้พระมารดาพลางกล่าวว่า เพื่อไม่ให้ราษฎรเดือดร้อนทุกข์ยากจากภัยสงคราม ตนยินดีสวามิภักดิ์ต่อต้าเว่ย (ในตอนนั้นเป่ยเว่ย (หรือต้าเว่ย) ยึดครองเมืองหลวงของเป่ยเหลียงได้แล้ว) หลังกราบลาพระมารดาแล้วพระองค์ก็เสด็จไปเป็นตัวประกันที่เป่ยเว่ยทันที ไทเฮาใจแทบสลายแต่ทำได้เพียงอุ้มองค์หญิงน้อยไว้แนบอกพลางมองตามพระโอรสด้วยน้ำตาคลอเบ้า ขณะที่องค์หญิงยกมือน้อยๆ ไขว่คว้าอากาศราวกับพยายามฉุดรั้งพระบิดา (บนตัวองค์หญิงน้อยมีหยกล้ำค่าที่ไทเฮามอบให้เป็นของขวัญ)

เพียงชั่วพริบตาองค์หญิงน้อย “เฝิงซินเอ๋อร์” ก็เติบใหญ่เป็นหญิงงามที่สดใสร่าเริงและแสนซุกซน ในยามนี้อาณาจักรเป่ยเหลียงได้กลายเป็นมณฑลในอาณัติของเป่ยเว่ยโดยถูกเรียกว่า “เหลียงโจว” ส่วนบิดาซินเอ๋อร์แม้มีสถานะเป็นตัวประกัน แต่ “ทั่วป๋าเทา” (ไท่อู่ตี้ – ฮ่องเต้องค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์เป่ยเว่ย) ยังให้เกียรติและแต่งตั้งเขาเป็น “เหอซีหวัง” หรือ “เหอซีอ๋อง” (อ๋องแห่งเหอซี) ถึงกระนั้นก็ต่ำกว่าตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นถึง “เป่ยเหลียงอ๋อง” (เจ้าครองแคว้นเป่ยเหลียง) ด้วยเหตุนี้ องค์หญิงซินเอ๋อร์จึงพลอยถูกลดชั้นจาก “เป่ยเหลียงกงจู่” (องค์หญิงแห่งแคว้นเป่ยเหลียง) เป็น “เหอซีหวังกงจู่” เช่นเดียวกับย่าของเธอที่ถูกลดชั้นจาก “เป่ยเหลียงหวงไท่โฮ่ว” (เป่ยเหลียงฮองไทเฮา) เป็น “เหอซีหวังไท่โฮ่ว” (ซินเอ๋อร์เรียกไทเฮาว่า “จู๋หมู่” ซึ่งแปลว่า “ย่า” ส่วนคนอื่นๆ เรียกไทเฮาว่า “หวังไท่โฮ่ว”)

เนื่องจากปีนี้ฮ่องเต้เป่ยเว่ยอนุญาติให้เหอซีอ๋อง (ซึ่งตกเป็นตัวประกันในเมืองผิงเฉิง) เดินทางมาร่วมอวยพรวันเกิดมารดาที่เหลียงโจว (หลังไม่ได้กลับมานานสิบกว่าปี) ซินเอ๋อร์รู้สึกตื่นเต้นดีใจเลยเตรียมฉลองทั้งสองวาระอย่างยิ่งใหญ่ เธอปลอมตัวเป็นชายแล้วออกจากจวนเหอซีอ๋องทางช่องหมาลอด โดยมีคนสนิทและองครักษ์หญิง “จวินเถา” ตามไปคุ้มกันโดยปลอมตัวเป็นชายเช่นกัน ครั้นเห็นว่าทางด้านนอกมีทหารเป่ยเว่ยมากผิดปกติ ซินเอ๋อร์จึงเดาว่าพวกเขาคงรู้ว่าบิดาเธอจะมาร่วมอวยพรวันเกิดท่านย่าเลยมาคอยคุ้มกัน

ณ จวนเสนาฯ “ชื่ออวิ๋นโหรว” (ภรรยาเอกของเสนาบดีเป่ยเว่ย “หลี่เซียวหราน”) นั่งดื่มน้ำชากับ “หลี่ฉางเล่อ” ผู้เป็นบุตรี พลางเปรยว่า “ฮ่องเต้อาจครองใต้หล้า แต่ใครๆ ต่างรู้ว่าแม่ทัพพิชิตใต้หล้าให้พระองค์ ใต้หล้าอาจถูกปกครองโดยฮ่องเต้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าใต้หล้านี้ก็เป็นของแม่ทัพเช่นกัน” จากนั้นก็ถามฉางเล่อว่าหากเป็นแม่ทัพอยาก ‘ประจำการ’ หรือ ‘ปกครอง’ เหลียงโจว ครั้นเห็นว่าฉางเล่อไม่เข้าใจ ชื่ออวิ๋นโหรวจึงอธิบายว่าหากประจำการในเหลียงโจวจะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดซื่อตรงโดยไม่อาจมีนอกมีใน (แสวงหาผลประโยชน์) เพราะคนสนิทของฮ่องเต้คอยจับตาดูทุกฝีก้าว แต่ถ้าได้ปกครองเหลียงโจวขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ในดินแดนดังกล่าวจะตกเป็นของตระกูลชื่ออวิ๋น เมื่อเห็นฉางเล่อทำหน้างง ชื่ออวิ๋นโหรวจึงบอกว่า “ชื่ออวิ๋นหนาน” (หลานชื่ออวิ๋นโหรว เป็นแม่ทัพเป่ยเว่ย) พบเหมืองแร่เหล็กในเหลียงโจว หากพวกตนยึดครองเหมืองนี้ ไม่ช้าก็เร็วกองทัพสกุลชื่ออวิ๋นจะกุมอำนาจทางการทหาร

ฉางเล่อได้ยินดังนั้นจึงตอบว่า หากเป็นแม่ทัพเธอจะยึดครองเหลียงโจวเพื่อสร้างชื่อเสียงให้สกุลหลี่ ชื่ออวิ๋นโหรวชี้ว่า “หลี่หมิ่นเฟิง” (พี่ชายฉางเล่อ) ก็คิดแบบนั้นเช่นกัน เพียงแต่เหลียงโจวมีฮ่องเต้คอยปกป้อง ซ้ำยังมีผู้ว่าการคอยสอดส่องดูแล ถึงกระนั้นโอกาสของพวกตนก็มาถึงแล้ว เพราะเหอซีอ๋องได้รับอนุญาติให้กลับไปร่วมอวยพรวันเกิดมารดาที่เหลียงโจว หากเขาใช้โอกาสนี้ติดต่อไพร่พลแล้วก่อกบฏ ชื่ออวิ๋นหนานจะมีความดีความชอบและกลายเป็นวีรบุรุษผู้ปราบกบฏทันที ด้วยนิสัยของฮ่องเต้แล้วพระองค์จะต้องมอบหมายให้ชื่ออวิ๋นหนานเข้าควบคุมสถานการณ์ในเหลียงโจวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นอีกแน่ (ในเวลาเดียวกันนั้น สมุนของชื่ออวิ๋นหนานได้เข้าไปสังหารเถ้าแก่ร้านขายโคมโดยใช้มีดสั้นที่มีสัญลักษณ์ของสกุลชื่ออวิ๋นเป็นอาวุธ) ฉางเล่อสงสัยว่าพวกตนจะทำให้ฮ่องเต้เชื่อว่าเหอซีอ๋องและคนของเขาร่วมกันก่อกบฏได้อย่างไร ชื่ออวิ๋นโหรวกล่าวว่าเรื่องนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ของหลี่หมิ่นเฟิง ซึ่งแผนเด็ดของเขามีเพียงแปดคำคือ “อู๋จงเซิงโหย่ว หมานเทียนกั้วไห่” (无中生有,瞒天过海)

หมายเหตุ: “อู๋จงเซิงโหย่ว หมานเทียนกั้วไห่” เป็นส่วนหนึ่งใน “กลศึกสามก๊ก” โดย “อู๋จงเซิงโหย่ว” (无中生有) เป็นกลยุทธ์ที่ 7 ของ “กลยุทธ์เผชิญศึก” แปลว่า “มี” ใน “ไม่มี” หมายถึงการใช้ภาพลวงหลอกล่อศัตรูให้หลงเชื่อ เรียกได้ว่าในจริงมีเท็จ ในเท็จมีจริง หลักการคือทำในสิ่งที่ศัตรูไม่คาดคิด เพื่อพิชิตซึ่งชัยชนะ ส่วน “หมานเทียนกั้วไห่” (瞒天过海) เป็นกลยุทธ์ที่ 1 ของ “กลยุทธ์ชนะศึก” แปลว่า ปิดฟ้าข้ามทะเล หมายถึงการหลอกให้ศัตรู (ที่เข้มแข็งหรือเหนือกว่า) ชะล่าใจและตายใจ ก่อนบุกเข้าโจมตีโดยที่ศัตรูไม่ทันรู้ตัว

ช่วยแชร์หน่อยนะ