ซีรี่ย์เกาหลี : 3 บุรุษเลือดต่างสี (Triangle)

ซีรี่ย์เกาหลี : 3 บุรุษเลือดต่างสี (Triangle) นำเสนอเรื่องราวของ 3 พี่น้องที่สูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่วัยเยาว์ และต้องพลัดพรากจากกันนานกว่า 20 ปี หลังผ่านไปนานกว่าสองทศวรรษ สามพี่น้องโคจรมาพบกันอีกครั้งในฐานะคนแปลกหน้า “จาง ดงซู” พี่ชายคนโต ทำงานเป็นนักสืบประจำหน่วยสืบสวนที่กรุงโซล “จาง ดงชอล” (หรือ “ฮอ ยองดัล”) พี่ชายคนรอง เป็นหัวหน้าแกงค์นักเลงอันธพาล ส่วนน้องเล็ก “จาง ดงอู” (ยูน ยองฮา) กลายเป็นหนุ่มหน้าใสสุดแสนเย็นชาหลังถูกเศรษฐีนำไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม แม้จะมีเรื่องให้ข้องแวะและยังคิดถึงกันอยู่เสมอ แต่ต่างฝ่ายต่างจำกันไม่ได้เพราะแต่ละคนล้วนเติบโตขึ้น แถมบางคนยังถูกตั้งชื่อใหม่ ซ้ำร้ายโชคชะตายังเล่นตลกให้พี่น้องต้องกลายเป็นศัตรูกัน

ดงซูในสภาพเมาปลิ้น ถือขวดโซจูแทนไมค์แล้วแหกปากร้องเพลง (เศร้า) ดังลั่นในร้านอาหารเล็กๆ ท่ามกลางบรรยากาศอันมืดครึ้มและมีสายฝนโปรยปราย ส่วนยองดัลถือขวดโซจูนั่งร้องเพลงเศร้าอยู่บนภูเขาพลางเหม่อมองตะวันลับขอบฟ้า ขณะที่ยองฮานั่งฟังนักร้องสาวครวญเพลงเศร้าอยู่ในคลับหรูพลางดื่มวิสกี้อย่างเดียวดาย

ยองดัลพาคู่หู “ยาง จางซู” ซิ่งมอเตอร์ไซค์ไปตามถนนหลวงในเมืองเล็กๆ ที่มีชื่อว่า “ซาบุก” ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดคังวอน (ในแถบเทือกเขาแทแบค) เขาเล่าให้คนดูฟังว่า ครั้งหนึ่งเมืองซาบุกเคยขึ้นชื่อเรื่องอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหิน แต่หลังจากเหมืองปิดตัวลงและถูกทิ้งร้าง ซาบุกก็กลายเป็นเมืองร้างตามไปด้วย ครั้นพอมีคาสิโนและรีสอร์ทผุดขึ้นที่นี่ ทุกอย่างก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แถมราคาที่ดินยังพุ่งสูงขึ้น ที่สำคัญ ไม่มีใครไม่รู้จัก “ฮอ ยองดัล แห่งเมืองซาบุก”

ปรากฏว่ายองดัลมีชื่อเสียงในทางลบ และคืนนี้เขาก็เข้าไปป่วนในร้านอาหารหลังพบว่าคุณนายคิม (ชู้รัก) พยายามหลบหน้า (พนักงานในร้านบอกว่าเธอไปทำธุระกับสามีที่กรุงโซล) พอรู้ว่ายองดัลมาอาละวาดที่ร้านอาหารของสามี คุณนายคิมก็รีบวิ่งแจ้นมาที่ภัตตาคารแล้วลากตัวยองดัลออกไปคุยทางด้านนอก คุณนายคิมรู้ว่ายองดัลมาที่นี่เพื่อข่มขู่และรีดไถเงิน เธอจึงรู้สึกเอือมระอาเพราะก่อนหน้านี้ไม่นานเธอเพิ่งให้เงินยองดัลไปก้อนหนึ่ง หลังถูกผลักอกและโดนประณามว่าทำตัวเหมือนเศษสวะ ยองดัลจึงขอยุติความสัมพันธ์ หลังจากนั้นก็นำภาพขณะที่เธอและเขานอนเปลือยกายอยู่บนเตียงเดียวกันขึ้นมาขู่ โดยบอกว่าจะส่งภาพนี้ไปให้สามีเธอ

คุณนายคิมเตือนว่าหากทำเช่นนั้นทั้งเธอและเขาคงโดนฆ่าตายทั้งคู่ ยองดัลไม่สะทกสะท้านทั้งยังพูดหน้าตาเฉยว่า “งั้นเราก็มาตายด้วยกันเถอะ” เมื่อเห็นยองดัลทำท่าเหมือนจะส่งรูปไปให้สามีทางมือถือ คุณนายคิมก็ถึงกับเข่าอ่อน เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้น จากนั้นก็วางเงินให้ยองดัลปึกหนึ่งแล้วบอกว่านี่เป็นเงินก้อนสุดท้ายที่เธอจะให้เขา หลังได้เงินแล้วยองดัลก็บอกคุณนายคิมว่าถ้าเหงาเมื่อไหร่โทรฯ หาตนได้ทุกเมื่อ จางซูเห็นยองดัลได้เงินเป็นฟ่อนก็รู้สึกทึ่ง เขาจึงชวนยองดัลไปดื่มเหล้าเคล้านารีในบาร์ แต่ยองดัลปฏิเสธโดยบอกว่าตนจะไปเสี่ยงโชคที่คาสิโนเพราะรู้สึกว่าวันนี้มือขึ้น

อีกด้านหนึ่งในกรุงโซล ดงซูสอบสวนผู้ต้องหาคดีอาชญากรรม โดยคาดคั้นว่า “โก บ๊กแท” เป็นผู้อยู่เบื้องหลังใช่หรือไม่ ผู้ต้องหาปฏิเสธอย่างยียวนว่า ประธานโกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ดงซูจึงถามซ้ำอีกครั้งโดยบอกว่าเขาจะถามครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเห็นว่าผู้ต้องหายังคงนั่งนิ่ง ดงซูก็เริ่มหมดความอดทนและควบคุมอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ เขาปิดกล้องวงจรปิดแล้วซ้อมผู้ต้องหาด้วยความโมโห ลูกทีมของดงซูเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปห้าม

หลังได้รับรายงานว่าพบเบาะแสของโก บ๊กแท แล้ว ดงซูก็สั่งให้ลูกทีมเตรียมออกปฏิบัติหน้าที่ทันที ถึงแม้ลูกทีมคนหนึ่งจะค้านว่ายังไม่มีหมายจับก็ตาม “คังจิน” แจ้งว่าบอดี้การ์ดของโก บ๊กแท มีอาวุธ จึงน่าจะขอกำลังเสริมเพื่อความปลอดภัย แต่ดงซูไม่สนใจและเดินนำออกไปทันที คังจินไม่มีทางเเลือกจึงได้แต่แอบบ่นกับเพื่อนร่วมงานว่า “ถ้าเนื้อตัวพวกเราเป็นรูหลังทำตามคำสั่งคนโรคจิต ใครจะเป็นคนรับผิดชอบเนี่ย”

หลังเปลี่ยนเสื้อผ้า ดงซูก็แนะนำตัวกับคนดูว่าตนเป็นตำรวจสายสืบประจำกรุงโซลที่รับผิดชอบพื้นที่ย่านใจกลางเมือง ตนสมัครเข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้เพื่อตามจับโก บ๊กแท โดยเฉพาะ… โก บ๊กแท เป็นประธานบริษัท ชองจิน คอนสตรัคชั่น มีบริษัทในเครือ 7 แห่ง คนส่วนใหญ่มักรู้จักโก บ๊กแทในฐานะนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ร่ำรวยมหาศาล แต่ความจริงแล้วเขาคือหัวหน้าแกงค์มาเฟีย ที่ผ่านมาดงซูและโก บ๊กแทเคยฟาดฟันกันมาแล้ว 2 ครั้ง และดงซูก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้มาโดยตลอด เพราะแม้ดงซูจะจับโก บ๊กแทถึง 2 ครั้ง แต่ก็ไม่สามารถเอาผิดโก บ๊กแทได้

ทีมของดงซูมุ่งหน้าไปยังชองดัมคลับที่โก บ๊กแทเปิดไว้หลอกล่อและมั่วสุมกับบรรดานักท่องราตรีสาวๆ ทันทีที่ไปถึงดงซูและลูกทีมก็บุกเข้าไปจับโก บ๊กแทในห้องวีไอพี เมื่อโก บ๊กแทขอดูหมายจับดงซูจึงบอกว่านี่เป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วน และคนชั่วอย่างโก บ๊กแท ไม่จำเป็นต้องมีหมายจับ โก บ๊กแทถามต่อว่าตนทำผิดข้อหาอะไร ดงซูจึงบอกว่าเขาคือผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม “ยู จองมัน” แห่งบริษัทดงแฮ… โก บ๊กแทเตือนว่าการยัดข้อหานี้ไม่สามารถเล่นงานตนได้ ถ้าไม่อยากหน้าแตกอีกครั้งก็อย่าตั้งข้อหาลอยๆ โดยปราศจากหลักฐาน เมื่อเห็นว่าดงซูอยากจับตนเต็มแก่ โก บ๊กแทจึงยอมให้จับใส่กุญแจมือแต่โดยดี จากนั้นก็บอกให้ลูกน้องคนสนิทติดต่อทนายฮัน

ระหว่างถูกควบคุมตัวออกจากห้องวีไอพี โก บ๊กแทยังคงเดินยิ้มให้สาวๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน ทันใดนั้น บอดี้การ์ดนับสิบของโก บ๊กแทก็กรูเข้ามาเล่นงานดงซูและลูกทีม ทำให้เกิดการต่อสู้กันอย่างชุลมุนบริเวณด้านหน้าเวที เมื่อเห็นว่าบรรดาลูกทีมต่างก็ตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ (โดนรุมยำ) ดงซูจึงยิงปืนขู่ จากนั้นก็เล็งปากกระบอกปืนไปที่ศีรษะของโก บ๊กแท พลางบอกให้โก บ๊กแท สั่งลูกน้องให้ถอยไป โก บ๊กแทไม่สนใจคำขู่ เขาชูมือ (ที่ถูกใส่กุญแจมือ) ขึ้นแล้วยิ้มอย่างผู้ชนะ (หมายความว่าถ้าดงซูและลูกทีมอยากเดินออกไปเองโดยไม่ต้องมีคนหาม ก็ต้องปล่อยตนก่อน) เป็นอันว่าดงซูเสียท่าให้โก บ๊กแทอีกตามเคย

ตัดกลับไปที่เมืองซาบุก ยองดัลพาจางซูซิ่งมอเตอร์ไซค์ไปยังคาสิโนหรู จางซูเห็นสาวน้อยหน้าตาคุ้นๆ กำลังยืนต้อนรับและคำนับขอบคุณเหล่าบรรดานักพนันบริเวณป้อมด้านหน้าลานจอดรถ จึงบอกให้ยองดัลหยุดรถแล้วเดินเข้าไปดูใกล้ๆ พอเห็นว่าเป็น “โอ จองฮี” เขาก็รู้สึกดีใจ (ผิดกับจองฮีที่ไม่ดีใจสักนิด) เมื่อถูกถามว่ามาทำงานที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ จองฮีซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่กัดฟันตอบว่าทำมาเดือนหนึ่งแล้ว จากนั้นก็ไล่ให้จางซูกลับไป ระหว่างเดินเข้าไปในคาสิโน จางซูเล่าให้ยองดัลฟังว่าจองฮีเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนเทคนิคของตน ด้วยความที่หน้าตาดีเธอจึงเป็นดาวเด่นประจำโรงเรียน แต่ชอบเมินใส่ตนและมักจะสอบได้ที่โหล่เสมอ

ยองดัลฉุนจัดเมื่อรู้ว่าถูกคาสิโนหรูแบน 3 เดือนโทษฐานที่เคยเมาแล้วอาละวาด เขาโวยลั่นว่าตนเป็นลูกค้าประจำ จากนั้นก็ร้องหาผู้จัดการ ทำให้ถูกเจ้าหน้าที่เตือนว่าหากยังคงอาละวาดเช่นนี้จะถูกห้ามเข้ามาเล่นการพนันที่นี่ตลอดชีวิต ยองดัลได้ยินดังนั้นก็ยิ่งโมโห จางซูจึงรีบลากตัวยองดัลออกไปก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย ถึงกระนั้น ยองดัลก็ยังคันมือคันไม้และไม่เลิกล้มความพยายาม เขาจึงดั้นด้นไปเล่นที่บ่อนเถื่อนของมาดามจาง

พอรู้ว่ายองดัลมาที่บ่อนของตน “มาดามจาง” ก็แสดงท่าทีเหนื่อยหน่าย เธอรู้ว่าถ้าไล่ยองดัลกลับไปเขาคงอาละวาดแน่ เลยบอกให้ “มันคัง” ไปเปิดประตู พอถูกถามว่ามีเงินรึเปล่ายองดัลก็ชูเงินให้ดู มันคังเห็นดังนั้นจึงเปิดประตูอย่างไม่ค่อยเต็มใจ แม้ยองดัลจะถือเงินมาปึกหนึ่งแต่พอนำไปแลกชิพก็ได้มาเพียง 5 อัน (อันละ 1 ล้านวอน หรือเกือบ 3 หมื่นบาท) พอยองดัลถามว่าเดิมพันได้สูงสุดครั้งละเท่าไหร่ มันคังก็ขำกลิ้งและกล่าวอย่างดูถูกว่ายองดัลมีเงินแค่ 5 ล้านวอนจะถามถึงวงเงินเดิมพันสูงสุดไปเพื่ออะไร เขากล่าวว่ายองดัลอยากเล่นเท่าไหร่ก็เชิญ ขออย่างเดียวอย่าแพ้แล้วพาลเหมือนคราวก่อน เพราะคราวนี้ตนเอาเรื่องแน่

หลังยองดัลเข้ามาในบ่อน มาดามจางก็คอยจับตามองเขาผ่านกล้องวงจรปิดตลอดเวลา ยองดัลเลือกเล่นบาคาร่าโดยเดินไปเล่นร่วมโต๊ะกับหัวหน้าแกงค์นักเลงอันธพาลคนหนึ่งซึ่งมากับลูกน้องและต่างก็เลือกแทงฝ่ายเจ้ามือ (แบงค์เกอร์) กันทั้งโต๊ะ เมื่อหัวหน้านักเลงอันธพาลเห็นยองดัลเข้ามาแทรกกลางวงซ้ำยังเลือกแทงฝั่งผู้เล่นชนิดเทหมดหน้าตักเขาก็รู้สึกไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ยอมเล่นอย่างเสียมิได้ ปรากฏว่ายองดัลได้ไพ่ 9 แต้ม ส่วนหัวหน้านักเลงได้ 8 แต้ม ยองดัลจึงเป็นฝ่ายชนะ หัวหน้านักเลงอันธพาลจึงชวนลูกน้องลุกหนีไปเล่นโต๊ะอื่น หลังกินเรียบทั้งโต๊ะยองดัลก็นำชิพทั้งหมดที่มีอยู่ในมือมาแทงฝั่งผู้เล่นอีกครั้งโดยไม่สนใจคำทักท้วงของจางซู ปรากฏว่าคราวนี้โชคไม่เข้าข้าง ยองดัลจึงสูญเงินทั้งหมดไป

หลังจากนั้น ยองดัลและจางซูก็มานั่งดื่มโซจูที่ร้านเนื้อย่างด้วยความเจ็บใจ หลังเคร่งเครียดอยู่นาน ยองดัลก็ตัดสินใจว่าจะแอบนำเงินของ “กีชาน” มาทำทุนก่อน จางซูได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตกใจ เพราะหากทำเช่นนั้นแล้วถูกจับได้กีชานต้องเอาเรื่องถึงตายแน่ๆ ยองดัลแย้งว่าหากตนและจางซูไม่พูดก็ไม่มีใครรู้ ไว้ค่อยหาเงินมาคืนทีหลังก็ยังทันเพราะอีกนานกว่ากีชานจะออกจากคุก จางซูกลัวตายจึงปฏิเสธและเดินหนีไป แต่สุดท้ายเขาก็นำรถขุดมาช่วยยองดัลขุดหาขุมทรัพย์กลางป่าและพบเงินสดถูกฝังอยู่ในถังใต้ดินเป็นจำนวนมาก ยองดัลโกยเงินจำนวนหนึ่งใส่กระเป๋าที่เตรียมมา พลางบอกจางซูว่าแค่เอาเงินมาคืนเรื่องก็จบ จางซูถามว่าหากหาเงินมาคืนไม่ได้จะทำยังไง ยองดัลยิ้มแล้วบอกให้จางซูเชื่อใจตน (แต่พ่อจางซูเคยบอกว่า อย่าไว้ใจยองดัล)

ดงซูถูกหัวหน้าตำหนิอย่างรุนแรงเรื่องนำกำลังไปบุกคลับหรูของโก บ๊กแทโดยพลการ ถึงกระนั้นหัวหน้าของเขาก็ยังเป็นห่วงและบอกให้ดงซูปล่อยวางเรื่องโก บ๊กแท เพราะหากทำงานโดยมีความแค้นส่วนตัวเป็นที่ตั้งก็มีแต่จะทำให้สุขภาพกาย ใจ ตลอดจนหน้าที่การงานเสียหาย และข่าวร้ายก็คือ เขาก็กำลังจะถูกจเรตำรวจตรวจสอบ

“ฮวาง ชินเฮ” และ ยองฮา นัดเจอกันที่ร้านอาหาร ชินเฮถามยองฮาว่าได้ทานยาที่ตนให้บ้างหรือเปล่า ยองฮาปฏิเสธโดยบอกว่าทานยาแล้วรู้สึกอ่อนเพลีย ชินเฮตำหนิยองฮาที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการรักษา เธอกล่าวว่าสภาพจิตใจยองฮาตอนนี้กำลังตกอยู่ในภาวะหวาดกลัว ยองฮาถามว่าตนกลัวอะไร ชินเฮซึ่งเป็นจิตแพทย์ตอบว่า ยองฮานั่นแหล่ะที่รู้ดีกว่าใคร เธอให้ข้อคิดยองฮาว่า หากเขาไม่สามารถก้าวข้ามความกลัวก็มีแต่จะย่ำอยู่กับที่ จากนั้นก็ขอตัวโดยบอกว่าตนเองมีนัด

ชินเฮไปพบ “ฮวาง จองมัน” ผู้เป็นบิดาที่สำนักงานตำรวจประจำกรุงโซล (เธอเพิ่งได้รับการว่าจ้างให้เข้าทำงานเป็นนักวิเคราะห์พฤติกรรม (Profiler)* ที่หน่วยสืบสวนคดีอาชญากรรม) โดยบิดาได้พาเธอมาแนะนำและร่วมหารือกับ “ลี ยองโด” แห่งสำนักงานจเรตำรวจ ยองโดนำประวัติการทำงานของดงซูมาให้ชินเฮดู และขอให้เธอช่วยวิเคราะห์ว่าดงซูสมควรทำงานเป็นตำรวจสายสืบต่อไปหรือไม่ หลังพบว่าดงซูมีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์ และก่อเหตุรุนแรง (กับผู้ต้องหา) มาแล้วหลายครั้ง

* นักวิเคราะห์พฤติกรรม คือ ผู้ที่นำหลักโปรไฟลลิ่ง ซึ่งเป็นศาสตร์ทางอาชญวิทยาแขนงหนึ่ง มาคาดเดาลักษณะของคนร้าย โดยวิเคราะห์จุดเด่นกับลักษณะของการก่ออาชญากรรมด้วยหลักพฤติกรรมศาสตร์

ชินเฮกล่าวว่า เธอต้องพบดงซูก่อนจึงจะวิเคราะห์สภาพจิตใจของเขาได้ เพราะการควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดี ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นโรคทางจิตเวช แต่อาจเป็นอาการ “Intermittent explosive disorder” ( อาการโกรธจัดและไม่สามารถควบคุมอารมณ์โกรธของตนได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นเป็นบางช่วงเวลา) ถึงกระนั้นเจ้าหน้าที่ “โน ซังเน” และยองโดก็ยังเชื่อว่าดงซูป่วยทางจิตเพราะนอกจากจะควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้แล้ว เขายังใช้ของแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งๆ ที่เงินเดือนตำรวจไม่สูงมากนัก ชินเฮได้ยินดังนั้นก็รู้สึกไม่สบายใจ

ระหว่างขับรถไปหาดงซูที่หน่วยสืบสวนสอบสวน ชินเฮนึกถึงเหตุการณ์ในวัยเด็กตอนที่พบดงซูเป็นครั้งแรก ในตอนนั้นพ่อของเธอเป็นคนพาดงซูมาที่บ้าน โดยบอกว่าดงซูจะมาอยู่ที่บ้านด้วยและให้ชินเฮเรียกดงซูว่าพี่เพราะเขาอายุมากกว่าเธอ 2 ปี ด้วยความที่เป็นคนเรียนเก่งชินเฮจึงช่วยเป็นติวเตอร์ให้กับดงซู (ซึ่งเป็นคนเงียบขรึมและไม่ยอมพูดจา ทำให้ถูกชินเฮแกล้ง)

หลังถูกคังจินปลุก ดงซูก็ลุกขึ้นในสภาพงัวเงีย พอเห็นชินเฮยืนอยู่ตรงหน้าเขาก็ถึงกับตกตะลึง หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ออกมาคุยกันที่ร้านกาแฟ ทั้งคู่ต่างก็รู้สึกดีใจที่ได้พบกันอีกครั้งและเริ่มต้นทักทายกันด้วยเรื่องเบาๆ ดงซูกล่าวว่าตนเป็นตำรวจสายสืบมานานถึง 10 ปี แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่านักวิเคราะห์พฤติกรรมอย่างชินเฮมีหน้าที่อะไรกันแน่ ชินเฮกล่าวแบบขำๆ ว่าเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ดงซูเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อถามถึงสามีของชินเฮ จากนั้นก็ออกตัวว่าตนไม่ได้ไปเยี่ยมพ่อของชินเฮพักนึงแล้ว และตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงใช้ชีวิตอย่างน่าสมเพชเช่นนี้

ชินเฮบอกตามตรงว่า เธอได้รับมอบหมายให้มาประเมินสภาพจิตของดงซู ดงซูได้ยินดังนั้นก็โวยลั่นด้วยความโมโหที่ถูกหน่วยงานมองว่าตนเพี้ยน พอรู้ตัวว่าเพิ่งระเบิดอารมณ์ต่อหน้าชินเฮ ดงซูก็รีบขอโทษ ชินเฮแนะนำให้ดงซูรีบรักษา (กับเธอ) ทำให้ดงซูผิดหวังที่ชินเฮก็เป็นไปกับเขาด้วย ชินเฮชี้ว่าดงซูพลาดช่วงเวลาดีที่สุดในการรักษาไปแล้ว ขืนยังคงไม่รักษา อาการของเขาจะรุนแรงหนักขึ้น ดงซูรีบตัดบทโดยบอกให้ชินเฮเขียนรายงานว่าตนปกติดี จากนั้นก็เดินหนีไป

ช่วยแชร์หน่อยนะ