ดูซีรี่ย์ : Violet Evergarden ไวโอเล็ต เอเวอร์การ์เด้น

ดูซีรี่ย์ : Violet Evergarden ไวโอเล็ต เอเวอร์การ์เด้น อนิเมะระดับมาสเตอร์พีซ ผลงานน้ำดีของสตูดิโอชื่อดังอย่าง Kyoto Animation ฉายใน Netflix ครบ 13 ตอน + 1 Special + 1 Movie Violet Evergarden อนิเมะน้ำดี ที่เป็นผลงานโดยสตูดิโอชื่อดังอย่าง Kyoto Animation ซึ่งฉายไปตั้งแต่ปี 2018 ดัดแปลงจากนิยาย Light Novel ต้นฉบับโดย Kana Akatsuki งานกำกับโดย Taichi Ichidate ซึ่งเคยมีผลงานการกำกับประจำตอนให้กับอนิเมะของ Kyoto Animation (หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า เกียวอนิ) มากมายหลายเรื่อง

สำหรับผลงานเรื่องนี้จัดว่าเป็นงานมาสเตอร์พีซเรื่องหนึ่งในวงการอนิเมะและเป็นหนึ่งในผลงานยอดเยี่ยมที่สุดของเกียวอนิ ได้รับทั้งรางวัลและเป็นกระแสไม่น้อยในช่วงที่ออกฉาย แล้วยังโดดเด่นมากในด้านงานภาพซึ่งมีความพลิ้วไหวสวยงามมากจนถึงขนาดที่หลายฝ่ายยกย่องให้เป็นอนิเมะที่มีโปรดักชั่นด้านงานภาพอลังการและยอดเยี่ยม งดงามที่สุดในรอบทศวรรษเลยทีเดียว เรียกว่าแม้เรื่องนี้จะเป็นผลงานอนิเมะซีรีส์ แต่ด้านคุณภาพของงานสร้างอยู่ในระดับภาพยนตร์อนิเมชั่นเลยก็ว่าได้

ที่จริงโดยพล็อตเรื่อง เนื้อหาต่างๆ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก การเซตติ้งโลกในเรื่องก็เป็นการวางไว้หลวมๆ ไม่ได้เจาะลึกอะไรมากนัก ซึ่งโลกในเรื่องจะเป็นโลกสมมติที่คล้ายกับยุโรปในช่วงศตวรรษที่ 19 แต่ตรงส่วนนี้ก็ไม่ต้องใส่ใจมากนักก็ได้ เพราะสิ่งที่เรื่องต้องการนำเสนอคืออารมณ์ที่จะถูกสื่อสารและถ่ายทอดออกมาในเรื่องราวแต่ละตอน จากภารกิจที่นางเอกของเราคือ ไวโอเล็ต จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง และพบเจอกับผู้คนต่างๆ

ซึ่งสิ่งที่เราจะได้เห็นก็คือพัฒนาการทางด้านการแสดงออกทางอารมณ์ของไวโอเล็ต ที่จะเปลี่ยนไปทีละนิดๆ จากเด็กสาวที่หน้านิ่งเหมือนหุ่นยนต์ในตอนแรกของเรื่อง และตรรกะวิธีคิดที่ไม่เหมือนเด็กสาวทั่วไป ต้องคอยรับคำสั่งอย่างเดียว ก็เริ่มที่จะเข้าใจความรู้สึกของผู้คนอื่นๆมากขึ้น และเริ่มที่จะคิดและตัดสินใจด้วยตนเอง แถมยังสามารถเป็นกำลังใจให้ผู้คนแปลกหน้าต่างๆที่มีชีวิตไม่เหมือนกันได้ด้วย

ในการเดินเรื่อง จะเป็นลักษณะของอนิเมะยุคเก่าคือเรื่องราวทำภารกิจจบเป็นตอนๆไป มีลูกค้ามาจ้าง เรื่องก็เริ่มที่ไวโอเล็ตเดินทางลำพังไปทำงาน ไปยังสถานที่ต่างๆ ไปเจอผู้คน หรือบางครั้งก็มีสถานการณ์ที่ต้องร่วมงานกับคนอื่นก็มี โดยภารกิจของเธอคือการเขียนจดหมาย บอกเล่าความในใจของผู้คนให้ส่งไปหาคนอื่นที่พวกเขาต้องการสื่อสารด้วย

หลายคนอาจจะสงสัยว่า จะมีอาชีพคนเขียนจดหมายไปทำไม แต่งานรับจ้างเขียนจดหมายเคยเป็นอาชีพที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ เพราะในสมัยก่อน ไม่ใช่ทุกคนที่อ่านออกเขียนได้ ในบางสังคมจึงมีคนที่ทำหน้าที่เขียนจดหมายหรือเอกสารเพื่อส่งไปยังราชการ จดหมายร้องเรียน หรือคนที่ต้องการเขียนจดหมายกลับไปหาญาติมิตรที่ห่างไกล เป็นต้น

ซึ่งเรื่องนี้ก็ใช้การเซตติ้งในลักษณะที่ว่า บางครั้งผู้คน “ก็ไม่รู้ว่าควรจะสื่อสารอะไรออกมา” บางครั้งการใช้คำพูด ก็ไม่เพียงพอ หรือหลายครั้งก็พูดไม่ออก แต่การเขียนสามารถทดแทนตรงนี้ได้ นี่จึงเป็นสารใหญ่ของซีรีส์ที่พยายามจะสื่อสารถึงคนดู

ด้านการบิ้วด์บทดราม่า รียกอารมณ์คนดู ต้องยอมรับว่าบางตอนทำอารมณ์ได้ถึง แต่บางตอนก็ทำออกมาไม่ดีนัก ซึ่งการจะใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีเพื่อบิ้วด์อารมณ์คนดูให้อินไปกับบรรดาตัวละครประกอบประจำตอนที่ออกมามีบทเพียงแค่ตอนนั้นแล้วหมดไป ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ดังนั้นคนที่ไม่ชอบเรื่องสไตล์นี้ก็อาจจะไม่อินเท่าไหร่นัก

จุดด้อยอีกอย่างสำหรับผู้เขียนรีวิวคือ ไดอาล็อคของตัวละคร ที่มีความ “พยายามจนเกินไป” ในการถ่ายทอดอารมณ์แนวคิดหรือสะท้อนความรู้สึกบางอย่างให้คนดู ซึ่งบางครั้งอาจจะเป็นเรื่องง่ายๆที่คนเราหลงลืมไป ส่วนสาเหตุที่ว่าเป็นจุดด้อยก็เพราะมันทำให้ตัวละครบางคนในเรื่องมีบทพูดที่แปลกๆไม่ค่อยสมจริงกับบางสถานการณ์เท่าไหร่นัก แต่น่าสนใจว่าพอเป็นตอนที่ไม่ได้ต้องการบิ้วด์อารมณ์ดราม่า เรื่องนี้กลับทำได้ดี คือสามารถดึงอารมณ์คนดูให้จมเข้าไปในเรื่องราวของตอนนั้นได้

ส่วนจุดแข็งที่ถือว่าเป็นจุดแข็งสุดๆของเรื่องนี้ก็คือ งานภาพที่พลิ้วไหวถึงระดับขีดสุดของการสร้างอนิเมะเท่าที่จะทำได้ในยุคสมัยนี้เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นงานเคลื่อนไหว ในระดับเล็กๆโดยเฉพาะเส้นผมที่ละเอียดเอามากๆ ไปจนถึงภาพฉากหลัง ทั้งหมดเป็นการสร้างงานระดับสูงที่ Kyoto Ani ยกระดับไปอีกขั้นอย่างน่าทึ่ง ด้านเพลงประกอบก็มีความไพเราะ เมื่อรวมกับงานภาพ และบรรยากาศเหงาๆในเรื่องแล้ว ก็ทำให้คนดูดำดิ่งลงไปกับอนิเมะได้ไม่ยากนัก

ด้านฉบับ Movie ที่เพิ่งเข้าฉาย ก็เป็นลักษณะของ “อีกหนึ่งภารกิจ” ที่ไวโอเล็ตจะต้องออกไปช่วยการดูแลและเขียนรับปรึกษาในด้านการเข้าสังคมให้กับลูกสาวของขุนนางคนหนึ่งที่ชื่อ เอมี่ บรรยากาศในฉบับมูวี่ก็คล้ายคลึงกับในฉบับซีรีส์ คือเป็นการเน้นอารมณ์แนวเหงาเศร้าปนกัน แต่ก็แฝงด้วยการให้กำลังใจ พลังบวกแบบฟีลกู้ด สำหรับคนที่เข้าสังคมไม่เก่ง

อย่างไรก็ตามในฉบับมูวี่จะมีสองเส้นเรื่องหลักรวมกันอยู่ในภาพยนตร์ตอนยาวตอนเดียว คือจะมีอีกเรื่องราวของเด็กหญิงเทย์เลอร์ ที่ออกเดินทางมายังบริษัทไปรษณีย์ CH ซึ่งก็มีความเกี่ยวโยงกับตัวละครในเส้นเรื่องแรกของไวโอเล็ตนั่นเอง

แต่จะเกี่ยวโยงกันยังไง แนะนำให้ลองดูกันเลยครับ ซึ่งก็ถือว่าทำได้ประทับใจไม่น้อยเลย แม้ว่าภาพรวมการเล่าเรื่องช่วงแรกอาจจะดูเนิบนาบไปบ้างก็ตาม แต่สารของเรื่องก็ค่อนข้างชัดเจนครับ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าคนดูจะได้อะไรไปมากน้อยแค่ไหน แต่หนึ่งในสารที่ตัวหนังพยายามสื่อกับคนดูตลอดเรื่องก็คือ ลึกๆแล้วทุกคนก็อยากสื่อสารกับใครบางคนทั้งนั้น และการเขียนจดหมาย ก็คือทางออกหนึ่ง เพราะมันคือช่องทางที่เมื่อเขียนแล้ว ก็ต้องมีคนรับไปอ่านเหมือนกัน แต่เราอยากจะเขียนให้ใครอ่านเท่านั้น

สำหรับในภาพรวมด้านความสำเร็จในเรื่องนี้ การันตีรางวัลมากมาย ซึ่งเดิมทีไลท์โนเวลเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เคยได้รับรางวัลชนะเลิศ Kyoto Animation Awards ครั้งที่ 5 ในปี 2014 แถมยังเป็นผลงานเรื่องเดียวที่ได้รางวัลระดับ Grand Prize เพราะบางปีหากไม่มีเรื่องถึงเกณฑ์ก็จะไม่ได้รับรางวัลเลยนั่นเอง

ส่วนรางวัลอนิเมะระดับชาติ เรื่องนี้ได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Crunchyroll Anime Awards ปี 2019 ถึง 6 สาขา (มากเป็นอันดับที่ 3) และชนะในสาขา Best Animation โดยพลาดรางวัลใหญ่อย่าง Anime of the Year ให้กับ Devilman Cry Baby ใน Netflix เช่นกัน สำหรับสตูดิโอ Kyoto Animation กำลังอยู่ระหว่างการฟื้นตัวหลังจากเหตุการณ์โศกนาฎกรรมในปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งแฟนๆก็คาดหวังว่าทีมงานของเรื่องนี้จะได้สร้างเรื่องนี้ต่อไปอีก

ช่วยแชร์หน่อยนะ